"สมชัย" ลั่นเลือกตั้งคราวหน้าไม่ขัดรธน.แน่นอน เผยมีมาตรการรับสมัครให้ครบทุกเขตแล้ว ย้ำรัฐบาล-กปปส.ต้องเจรจากันเอง
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า การจัดเลือกตั้งในคราวหน้า กกต.ได้หาวิธีการทุกรูปแบบเพื่อป้องกันไม่ให้การเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเหมือนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา เพราะสาเหตุหลักที่การเลือกตั้ง 2 ก.พ. ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนั้นเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการที่บางเขตไม่มีผู้สมัครทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวทั่วราชอาณาจักร ซึ่งขณะนี้กกต. ได้แก้ไขกฎระเบียบที่จะทำให้ผู้สมัครสามารถลงรับสมัครเลือกตั้งได้ครบทุกเขตหากเกิดกรณีที่มีมวลชนไปขัดขวางการรับสมัครเลือกตั้ง โจทย์ปัญหานี้กกต.แก้ได้แล้ว แต่ถ้ายังมีความขัดแย้งยังมีมวลชนไปขัดขวางการเลือกตั้ง มันก็เป็นปัจจัยนอกเหนืออำนาจที่กกต.จะเข้าไปจัดการได้
เพราะถ้ามีหน่วยเลือกตั้งแม้เพียงหน่วยเดียวจัดการเลือกตั้งไม่ได้ การรวมคะแนนเพื่อประกาศ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อก็ไม่สามารถทำได้ เป็นเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ หากเกิดกรณีดังกล่าวจริงก็คงบอกไม่ได้ว่าเลือกตั้งแล้วจะเปิดประชุมสภาได้เมื่อไหร่ ถ้าหน่วยใดจัดเลือกตั้งไม่ได้ กกต.ก็ต้องจัดเลือกตั้งซ้ำไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้ แต่อย่างน้อยการเลือกตั้งก็ไม่เป็นการขัดรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขัดขวางเลือกตั้ง เป็นหน้าที่ที่ฝ่ายการเมืองต้องไปจัดการ รัฐบาลกับกลุ่มกปปส.ต้องไปเจรจาหาทางออก แต่คราวนี้กกต.จะไม่เสนอตัวเป็นคนกลางเจรจายุติความขัดแย้ง
นายสมชัย กล่าวอีกว่า ส่วนการหารือกับพรรคการเมือง 70 พรรคในวันที่ 22 เม.ย. นี้ กกต.จะนำข้อสรุปที่ได้คุยกับหน่วยงานด้านความมั่นคงไปนำเสนอต่อพรรคการเมือง และจะรับฟังความเห็นว่าแต่ละพรรคมีข้อเสนออย่างไร จากนั้นกกต.ก็จะนำข้อมูลที่ได้จากการหารือนั้นมาประมวลว่าวันเลือกตั้งที่เหมาะสมน่าจะเป็นวันใด อย่างไรก็ตาม คาดว่าในวันที่ 30 เม.ย. นี้ กกต.จะมีการคุยกับรัฐบาลเพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง หากเห็นตรงกันรัฐบาลก็ต้องนำ พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง ขึ้นทูลเกล้าเพื่อให้ทรงลงพระปรมาภิไธย โดยกระบวนการน่าจะใช้เวลา 20 วัน จากนั้นเมื่อพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งประกาศเป็นราชกิจจานุเบกษาก็ให้นับไปอีก 60 วันซึ่งเป็นกรอบระยะเวลาการเลือกตั้ง จึงคาดว่าอย่างเร็วที่สุดวันเลือกตั้งน่าจะเป็นวันที่ 20 ก.ค. ตามที่เคยเสนอไปแล้ว
เมื่อถามถึงกรณีที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงไปชุมนุมกดดันกกต.ให้เร่งจัดการเลือกตั้งนั้น นายสมชัยกล่าวว่า ถ้าอยากให้การเลือกตั้งสำเร็จ ทุกฝ่ายต้องช่วยกันสร้างบรรยากาศที่ดี แสดงให้รู้ว่าพร้อมที่จะให้มีการเลือกตั้ง ทุกคนสามารถไปได้ในทุกพื้นที่ เช่น พรรคประชาธิปัตย์สามารถไปหาเสียงที่ภาคเหนือหรืออีสาน พรรคเพื่อไทยสามารถไปหาเสียงที่ภาคใต้ได้ รวมทั้งกกต.สามารถเดินทางไปตรวจการเลือกตั้งได้ทุกพื้นที่ จึงจะถือว่าพร้อมที่มีการเลือกตั้ง แต่ถ้าบรรยากาศยังมีแต่การข่มขู่คุกคามแล้วจะจัดการเลือกตั้งได้อย่างไร ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ตกลงเข้าร่วมการหารือและอาจจะลงเลือกตั้งในครั้งนี้จะทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งลดลงหรือไม่นั้น ก็ไม่สามารถบอกได้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นพรรคการเมืองหนึ่งที่กกต.ให้น้ำหนักเท่ากับ พรรคการเมืองอื่นๆ





