เตรียม"ยกเลิก"ค้นหาผิวน้ำ กรณีเครื่องบินมาเลย์ เอ็มเอช370 ส่ง"บลูฟิน"ลงทะเลรอบสอง
คณะค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช 370 เจองานหนัก หลังโดรนใต้น้ำเจออุปสรรคอีกครั้ง ด้วยปัญหาทางเทคนิค ทำการค้นหาบริเวณพื้นมหาสมุทรไม่ค่อยคืบหน้า แถมข้อมูลระบุไม่พบร่องรอยเครื่องบิน ขณะผอ.ศูนย์ประสานงานเตรียมยุติการค้นหาบริเวณผิวน้ำ
การค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส เจออุปสรรคอีกครั้ง เมื่อโดรนใต้น้ำที่ถูกส่งลงไปค้นหาเศษซาก กลับขึ้นสู่ผิวน้ำก่อนกำหนดเพราะประสบปัญหาทางเทคนิค ก่อนหน้านี้โดรนใต้น้ำก็ต้องขึ้นสู่ผิวน้ำก่อนกำหนดเพราะข้อจำกัดด้านความลึก
ศูนย์ประสานความร่วมมือการค้นหาออกแถลงการณ์สั้นๆ ระบุถึงปัญหาทางเทคนิคบางประการที่เกิดกับเครื่องบลูฟิน-21
ก่อนหน้านี้ เครื่องบลูฟิน-21 ได้ยุติการทำงานไปอัตโนมัติหลังจากลงไปเกินระดับความลึกที่กำหนดไว้ที่ 4,500 เมตร แต่ศูนย์ประสานความร่วมมือไม่ได้อธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้เครื่องประสบปัญหาในการลงไปค้นหาใต้น้ำครั้งที่ 2 และไม่ได้ระบุว่าในครั้งที่ 2 นี้เครื่องได้ลงไปทำหน้าที่ค้นหาเป็นเวลานานเท่าไร
"ยานยนต์ใต้น้ำอัตโนมัติ บลูฟิน-21 ต้องกลับสู่ผิวน้ำเพื่อแก้ปัญหาทางเทคนิค จากนั้นได้มีการนำบลูฟิน-21 ลงไปทำหน้าที่ใต้น้ำอีกครั้ง" ศูนย์ประสานงานระบุ
ก่อนนำบลูฟิน-21 ลงไปทำหน้าที่เป็นครั้งที่ 3 นั้น ได้มีการดาวน์โหลดข้อมูลออกมาแล้ว ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นไม่พบร่องรอยอะไรที่น่าสนใจ
ทั้งนี้ ปฏิบัติการครั้งแรกของบลูฟิน-21 ทำได้เพียง 6 ชั่วโมงจากที่ตั้งเป้าหมายไว้ 16 ชั่วโมง เพราะประสบปัญหาข้อจำกัดด้านความลึก และการวิเคราะห์ข้อมูลจากการค้นหาครั้งแรกก็ไม่ร่องรอยอะไรเช่นกัน
ต้องใช้โดรนลำใหญ่ในน้ำลึก
ก่อนหน้านี้ พลอากาศเอกแองกัส ฮูสตัน ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงาน กล่าวว่า การใช้บลูฟิน-21นับเป็นการเปิดฉากใหม่ของการค้นหาที่มีแบบแผน และอาจต้องใช้เวลา ซึ่งขณะนี้เป็นวันที่ 40 ของการค้นหาแล้ว
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคในการทำหน้าที่ของบลูฟิน-21 ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับระดับความลึกของพื้นมหาสมุทรในจุดที่มีการค้นหา โดยพลอากาศเอกฮูสตัน ย้ำว่าบลูฟิน-21 ไม่สามารถลงไปค้นหาใต้ลึกกว่า 4,500 เมตร และต้องมีการนำอุปกรณ์อื่นมาช่วยในการค้นหาในระดับลึก
"มีเครื่องมือที่สามารถลงไปใต้น้ำได้ลึกกว่านี้ เครื่องมือนี้จะมีขนาดใหญ่กว่า และสามารถกู้ชิ้นส่วนขึ้นมาได้ด้วย แต่หลายอย่างขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ว่าเราพบอะไรจากยานบลูฟิน-21" พลอากาศเอกฮูสตันกล่าว
เตรียมยุติค้นหาชิ้นส่วนผิวน้ำ
กองทัพเรือสหรัฐประเมินว่าบลูฟิน-21 จะต้องใช้เวลา 6 สัปดาห์ถึง 2 เดือนในการสำรวจพื้นที่ค้นหาทั้งหมด 600 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ซีนิธพลาโทที่กำลังมีการสำรวจอยู่ในขณะนี้ ยังไม่เคยมีการทำรายละเอียดทางแผนที่มาก่อน เพราะไม่ได้อยู่ในเขตเศรษฐกิจของประเทศใด
นายโรบิน บีแมน นักธรณีวิทยาทางทะเลแห่งมหาวิทยาลัยเจมส์ คุก กล่าวว่า พื้นมหาสมุทรที่มีการค้นหานั้น เต็มไปด้วยตมที่เกิดจากจุลชีวะใต้ทะเลกลุ่มโพรโตซัวมารวมตัวกัน ซึ่งทำให้ง่ายต่อการค้นหาโลหะวัตถุขนาดใหญ่ด้วยระบบโซนาร์ ด้วยการจับความแตกต่างระหว่างคลื่นเสียงที่กระทบกับวัตถุของแข็งและวัตถุอ่อนอย่างโคลนตม
ทั้งนี้ นับถึงปัจจุบันสาเหตุการสูญหายของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ยังเป็นปริศนา เพราะไม่มีการพบเศษซากชิ้นส่วนทั้งที่มีปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่
การค้นหาซากชิ้นส่วนบนผิวน้ำ ทั้งทางอากาศและทะเล ยังคงดำเนินต่อไปในวันพุธ (16 เม.ย.) โดยเครื่องบินกองทัพ 11 ลำ พร้อมเครื่องบินพลเรือน 3 ลำและเรืออีก 11 ลำร่วมกันค้นหาในพื้นที่ 55,151 ตารางกิโลเมตร ในสภาพอากาศฝนตก แต่พลอากาศเอกฮูสตันกล่าวว่าปฏิบัติการนี้จะยุติลงในไม่ช้า
หลังจากตรวจจับสัญญาณเสียงได้สี่ครั้งจนถึงขณะนี้เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้วที่ไม่พบสัญญาณอีกเลย ประกอบกับเลยวันที่แบตเตอรี่กล่องดำหมดอายุการใช้งานมา 10 วันแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ตัดสินใจหยุดการค้นหาด้วยเครื่องตรวจจับสัญญาณที่พ่วงไว้กับเรือและเปลี่ยนมาใช้โดรนใต้น้ำแทน





