ไม่มีใครที่ต้องการเก็บ"โกตี๋"ไว้ใกล้ตัวอีกต่อไป เนื่องจากท่าทีของเขาที่แสดงออกมาต่อสถาบันเบื้องสูงนั้นสุ่มเสี่ยงยิ่งนัก
การเดินหน้าไล่ล่า "วุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ" หรือ "โกตี๋" แกนนำแดงปทุมธานีดูเหมือนว่าจะเริ่มบานปลายเสียแล้ว เพราะดูเหมือนว่างานนี้ไม่มีใครที่ต้องการเก็บ "โกตี๋" ไว้ใกล้ตัวอีกต่อไป เนื่องจากท่าทีของเขาที่แสดงออกมาต่อสถาบันเบื้องสูงนั้นสุ่มเสี่ยงยิ่งนัก
ข้อกล่าวหา "ล้มเจ้า" นั้นถูกฝั่งตรงข้ามผูกติดไว้ท้ายชื่อคนเสื้อแดงตลอดมา และกลายเป็นสิ่งลดทอนความชอบธรรมรวมทั้งถูกใช้เป็นเครื่องดิสเครดิตตลอดมา ทุกๆครั้งที่มีการแตะถึงสถาบันฯ ภาพที่ออกมาจึงไม่ต่างกันว่าต่างคนต่างโดดหนี
รัฐบาลหรือพรรคเพื่อไทยเองก็กระอักกระอ่วนไม่น้อย เพราะหน้าหนึ่งก็ต้องการแสดงออกถึงความจงรักภักดี แต่อีกหน้าหนึ่งก็ต้องการใช้คนเหล่านี้เช่นกัน ดังนั้นเราจึงเห็นสัญลักษณ์ต่างๆในการชุมนุมหลายๆครั้ง แบบที่รัฐบาลต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ แต่หากแจ่มแจ้งเกินไปก็ต้องจัดการ
คนเสื้อแดงนั้น แม้รวมๆจะเป็นเสื้อแดงเหมือนกัน แต่หากจัดแบ่งแล้วจะพบว่ามีหลายเฉดหลายกลุ่ม ตั้งแต่ชมพูจางๆ ไปจนถึงแดงชาด มีตั้งแต่ "แดงทักษิณ" "แดงเพื่อไทย" "แดงอุดมการณ์" จนไปถึง "แดงล้มเจ้า"
ต่างฝ่ายต่างมีอิสระต่อกัน และเคลื่อนไหวร่วมกันในขณะที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ก็พร้อมที่จะอยู่ห่างกันหากเกิดความไม่ลงรอย เช่นที่เราเห็นกับการชุมนุมใหญ่ของ นปช. ที่ ถ.อักษะ ซึ่งจำนวนคนพลาดเป้าไปมาก ทั้งนี้ก็เพราะ แดงบางกลุ่มต้องการไปสร้างอาณาจักรของตนเอง แดงบางกลุ่มไม่ลงรอยกับ นปช. และ นักการเมืองเพื่อไทยบางคนหมั่นไส้แกนนำจนเป็นที่มาของการไม่อำนวยความสะดวก
"โกตี๋" เองก็เช่นกันเป็นหนึ่งในบรรดา "แดงอิสระ" ไร้สังกัด เคลื่อนไหวสร้างชื่อเป็นระยะๆ แต่ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร เนื่องเพราะกำลังคนในมือของเขาไม่มากนัก แต่หลังๆกลับไม่ใช่ เพราะการเคลื่อนไหวของเขามีแนวโน้มแรงขึ้นเรื่อยๆจนหลายคนหันมาจับตา โดยเฉพาะการปะทะกับกลุ่มของ "พุทธะอิสระ" หลายครั้ง และที่ระบือลือลั่นคือเหตุการณ์ "มือปืนป๊อบคอร์น" ที่หลักสี่
จากนั้นตามมาด้วยการขึ้นป้ายในทำนองประชดประชันเรื่องการแบ่งแยกประเทศ จน ผบ.เหล่าทัพต้องออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าว และล่าสุดก็เป็นท่าทีต่อสถาบัน จนทำให้เขาต้องตกเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ
ที่รัฐบาลเองก็เลือกที่จะไม่ปกป้อง เพราะแค่ลำพังสถานการณ์ที่เจอทุกวันก็แทบจะรับไม่ไหวอยู่แล้ว จึงเป็นที่มาของการออกหมายจับ
และนี่เองที่ทำให้ "โกตี๋" ฉุนขาดที่ไม่ได้รับการปกป้องและให้สัมภาษณ์ชนิดที่ชนกับรัฐบาลที่เขาเคยแสดงท่าทีปกป้องตลอดมา มีการกล่าวหาว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า "คนที่สั่งจับผมก็คือนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แค่จะเอาใจอำมาตย์ เอาใจพวกมันเท่านั้นเอง ผมใช้คำว่าเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล แต่บังเอิญผมไม่ใช่โคถึก ผมเป็นคน และคนที่เซ็นคำสั่งบีบให้จับผมคือนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ วันนี้นายกฯ ยิ่งลักษณ์โดนหลอกสองต่อ หลอกฆ่าคนที่รักและศรัทธาด้วยหัวใจ"
"ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเคยรักบูชา ตอนนี้เริ่มรู้ว่าสถานการณ์การเมืองมันเปลี่ยน เริ่มเลือกข้างพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่จะได้เป็นรัฐมนตรีถ้าเปลี่ยนรัฐบาล หรืออย่าง พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ไปกินข้าวบ้านสี่เสาเทเวศร์ ไปกินข้าวที่บ้านพระอาทิตย์ตลอดเวลา วันนี้เป็นหัวหน้าทีมที่สั่งจับผม"
"น.ส.ยิ่งลักษณ์ ห้ามไปฟังข้อมูลนายสุรนันทน์ และนายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจเจ้าของเครือแสนสิริ เพราะนายสุรนันทน์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้นไม่เอา แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เกรงใจนายเศรษฐา เป็นแก๊งออฟโฟร์ ก็เอามาอยู่ด้วย"
และตบท้ายด้วย "วันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณก็ปวดใจน้องสาวไปหลงเชื่ออำมาตย์ "
การประกาศท้าชนเช่นนี้ เขาอาจหวังเรื่องความช่วยเหลือ แต่ถึงขนาดนี้แล้วเชื่อขนมกินได้เลยว่าเขาจะถูกโดดเดี่ยวอย่างแน่นอน ประการแรกคือ เขาไม่ใช่คนสำคัญ ในพรรคเพื่อไทย หรือ ในนปช. เองก็พร่ำบอกก่อนหน้านี้ว่าจะไปเอาอะไรกับคนอย่าง "โกตี๋" และปฏิเสธความเชื่อมโยงตลอดมา โดยเรียกว่า "แดงอิสระ" และคนเสื้อแดงทั่วไปเองก็ไม่ได้รู้สึกชื่นชมยกย่องเขาเท่าใดนัก และที่สำคัญเขาเองก็ไม่ได้แนบแน่นอะไรกับ "ทักษิณ" มากนัก
ประการต่อมาคือประเด็นความเคลื่อนไหวของเขา ละเอียดอ่อนเกินกว่าที่ปกป้องหากต้องการรักษากระบวนการต่อสู้ หากเปรียบเป็นการฆ่าโคถึก ก็เนื่องจากโคถึกตัวนี้ใหญ่เกินกว่าที่จะแบก
ประการสุดท้ายคือ ความเคลื่อนไหวโจมตีรัฐบาลในครั้งนี้ย่อมยังความไม่พอใจมาสู่โดยรวมทั้งเพื่อไทยและคนเสื้อแดง เพราะอาจจะทำให้กลุ่มอื่นหวาดระแวง รวมทั้งใครก็อาจจะไม่ไว้ใจว่าอนาคตเขาจะแว้งกลับมาโจมตีอีกหรือไม่
นอกจากนี้แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้คงทำให้เราเห็นได้ว่าเสื้อแดงเองนั้นยังอยู่ในสภาวะ "เกาะกันไม่ติด" แม้รัฐบาลที่พวกตัวสนับสนุนถูกรุกไล่จนออกอาการเจียนอยู่เจียนไปก็ตาม แต่ละกลุ่มยังไม่ยอมขึ้นตรงหรือร่วมมือช่วยเหลือกัน ทั้งนี้ก็เป็นเพราะ "พื้นฐานอุดมการณ์" อันต่างกัน เพียงแต่ที่ผ่านมารวมกันได้เพราะมีประเด็นสู้เป็นเรื่องเดียวกัน แต่กับวันนี้ยังไม่ถึงเวลานั้น
สำหรับอีกฝั่งหากจะมองผ่านปรากฏการณ์ครั้งนี้ว่า "เสื้อแดง" เป็นหมูในอวย ก็อย่าชะล่าใจเกินไปนัก เพราะไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้อาจจะมีประเด็นที่ทำให้เขาต้องร่วมกันจับมือต่อสู้ แต่ที่แน่ๆ วันนั้นคงไม่มี "โกตี๋" อยู่ร่วมด้วยอย่างแน่นอน





