"ส.ว.ประสาร"กางรธน. จวกนายกฯบิดเบือนกฎหมาย ยันศาลรธน.สามารถฟันพ้นเก้าอี้ได้ เปรียบนายกฯรักษาการ ตอนนี้เป็นแค่คนป่วย
นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา กล่าวถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าศาลรธน.ไม่มีสิทธิวินิจฉัยสถานภาพซ้ำสอง เพราะพ้นตำแหน่งนายกฯตั้งแต่ยุบสภาแล้ว โดยเปรียบเทียบว่าขณะนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังมีความเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่สมบูรณ์ ถ้าเปรียบเป็นคนก็เป็นคนป่วย ยังหายใจได้ กินข้าวได้ เดินแฟชั่นได้ แต่ขาเดี้ยง เข้าเฝือกแล้วยังต้องนั่งรถเข็น สมองเสื่อม ออกอาการป้ำๆเป๋อๆ พูดวกวน ฟังไม่รู้เรื่อง มีข้อจำกัดทางกาย ใจ และสมอง ในขณะที่ ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยสถานภาพของน.ส.ยิ่งลักษณ์ สิ้นสุดลง ด้วยเหตุกระทำการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ม. 268 คือโยกย้ายมิชอบ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ราชการ แต่เพื่อประโยชน์พรรคพวกและเครือญาติ ดังนั้น การสิ้นสุดลงจึงเปรียบเหมือนหมดลมหายใจ คือ เป็นศพไปแล้ว กิน นอน สืบพันธุ์ไม่ได้
นอกจากนี้ ม.180(1)ยังระบุว่า รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี"สิ้นสุดลง"ตาม ม.182 หากศาลรธน.วินิจฉัยว่า ยิ่งลักษณ์ผิดตาม ม.182(7) ครม.ทั้งคณะจึงต้องพ้นไป เหมือนบรรทัดฐาน กรณี นายสมัคร สุนทรเวช ที่ถูก ศาลรธน. ชี้ว่าผิดตาม ม.267 เป็นลูกจ้างเอกชนที่แสวงกำไร ตอนนั้น ครม.สมัครตายยกเข่ง ต้องตั้งรัฐบาลใหม่ และเมื่อสภาผู้แทนยังอยู่ จึงซาวเสียงได้ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกแทน ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้นายกต้องมาจากส.ส. ดังนั้นคราวนี้ หาก ศาล รธน.ชี้ผิดตาม ม.182(7) ที่กระทำการต้องห้ามตาม ม.268 ประกอบ ม.266(2) ครม.ทั้งคณะต้องหลุดทั้งยวง คือตายท้องกลมไม่ใช่ตายเดี่ยว
“ครั้งนี้เมื่อสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบไปแล้ว ไม่มี สส.ให้ซาวเสียงเป็นนายกแบบครั้งก่อน จึงต้องใช้กฏหมายเทียบเคียง หรือทำตามจารีตประเพณีตาม ม.7 ที่ระบุว่าเมื่อไม่มีข้อบัญญัติอะไรกำหนดไว้ ส่วนจะให้ผู้ทำการแทนประธานวุฒิสภาทำหน้าที่รับสนองพระบรมราชโองการตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี หรือจะใช้"เอนกนิกรสโมสรสมมุติ"ทำหน้าที่ดังกล่าว ย่อมต้องอาศัยการหารือร่วมกันนั้นเอง”นายประสาร กล่าว





