นายกฯ สิงคโปร์ ระบุ มีเพียงคนไทย รัฐบาลไทย และ สังคมไทยเท่านั้น ที่จะสามารถแก้ไขวิกฤติการเมืองที่รุมเร้าเศรษฐกิจไทยได้
นายกรัฐมนตรี ลี เซียน หลุง ของสิงคโปร์ ได้พูดถึงประเด็นหลากหลาย รวมถึงวิกฤติการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ในประเทศไทย ในการสนทนากับบรรณาธิการจากเอเชียนิวส์เน็ตเวิร์ค (เอเอ็นเอ็น) อันเป็นพันธมิตรกลุ่มสื่อ 21 กลุ่มในภูมิภาค
"เราวิตกเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะไทยเป็นสมาชิกที่สำคัญมากของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และหากไทยต้องวุ่นวายอยู่กับปัญหาภายในประเทศ ก็จะไม่สามารถเข้ามาแสดงบทบาทในอาเซียนได้อย่างเต็มที่" นายกฯสิงคโปร์ ตอบคำถามนายสุทธิชัย หยุ่น ประธานเครือเนชั่น
"เรามองว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาที่ยากมาก และคนไทยรวมถึงสังคมไทย ต้องหาทางแก้ปัญหา เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเป็นปัญหาที่ลึกมากๆ ผมคิดว่าคนนอกจะไม่สามารถ เข้ามาส่วนในเรื่องนี้ได้ แม้แต่คนนอกที่มีเจตนาดี ในกลุ่มอาเซียนก็ตาม ผมคิดว่าเราซึ่งเป็นคนนอก ไม่มีทั้งความชอบธรรม ความรู้ หรืออิทธิพล และแน่นอนไม่มีอำนาจในการแทรกแซง"
นายกฯสิงคโปร์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับ กปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) ควรนั่งลงเจรจา "เพื่อหาพื้นฐานหรือจุดเริ่มต้นของการหาทางออก ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถพัฒนาไปได้ในระยะยาวสำหรับสังคมและประเทศชาติ"
นอกจากนั้น ผู้นำสิงคโปร์ ยังได้เปรียบเทียบสภาพการณ์ต่างๆ ระหว่างประเทศไทยกับสิงคโปร์ พร้อมชี้ว่าไทยมีประโยชน์ที่จะได้รับมากมายในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของประเทศ เพราะว่าไทยเป็น "ประเทศที่เป็นธรรมชาติมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"
"เป็นธรรมชาติในแง่ที่คุณมีเชื้อชาติเดียว ศาสนาเดียว ภาษาเดียว ประวัติศาสตร์เดียวมาเป็นเวลานานทีเดียว สิงคโปร์มีประวัติศาสตร์ที่สั้นมาก เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย เราเป็นประเทศที่ไม่เป็นธรรมชาติอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย เพราะเรามีหลายเชื้อชาติ เรามีหลายศาสนา ในประวัติศาสตร์เราเคยตกเป็นอาณานิคม ไม่ได้เป็นประเทศที่ไม่เคยตกเป็นอาณานิคมของใคร ดังนั้นการเสริมสร้างประเทศขึ้นจากปัจจัยเหล่านี้ จึงเป็นสิ่งที่มีความยากลำบากมากๆ แต่ในการเสริมสร้างประเทศขึ้นมาจากสิ่งที่ไทยมีนั้น เท่ากับว่าคุณมีส่วนประกอบส่วนมากอยู่แล้ว แต่ชัดเจนว่ามีอุปสรรคที่ไม่ง่ายต่อการเอาชนะและเราขอให้คุณโชคดี"
นายกฯ สิงคโปร์ กล่าวต่อไปว่า "ประเทศไทยที่มีความเจริญรุ่งเรืองจะเป็นประโยชน์ต่อภูมิภาคอาเซียน" พร้อมเสริมว่าหากไทยไม่ประสบกับความวุ่นวายทางการเมืองเหล่านี้ ก็จะสามารถแสดงบทบาทได้อย่างมากในอาเซียน
นอกจากนั้น ผู้นำสิงคโปร์ยังกล่าวว่าไม่มีทางที่อาเซียนจะเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย พร้อมย้ำว่า สาเหตุที่อาเซียน "ประสบความสำเร็จ เพราะเราไม่เข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน"
การสนทนาได้ใช้เวลานาน 1 ชั่วโมง กับ นายกฯ สิงคโปร์ มีขึ้นที่ทำเนียบอิสตาทา ซึ่งประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ ใช้เป็นสถานที่ต้อนรับแขกอย่างเป็นทางการ ระหว่างการสนทนาครั้งนี้ ผู้นำสิงคโปร์ได้พูดถึงประเด็นหลากหลายในภูมิภาค ตั้งแต่การเลือกตั้งในอินโดนีเซีย การเลือกตั้งในอินเดีย ข้อพิพาทเขตแดน ไปจนถึงประเด็นความสัมพันธ์ทางการค้ากับบรรดาประเทศในเอเชีย
การสนทนากับผู้นำสิงคโปร์ จัดขึ้นระหว่างการประชุมประจำปี บอร์ดบริหาร เอเอ็นเอ็น ซึ่งปีนี้ทาง สเตรตส์ ไทมส์ ทำหน้าที่เจ้าภาพการประชุมและได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์





