"นายกรัฐมนตรี" มอบทนายความยื่น ป.ป.ช. ขอเพิ่ม "เฉลิม-พล.ต.อ.วรพงษ์-วราเทพ-พิชัย" เป็นพยาน ทนายอ้างทั้งสี่เป็นพยานปากสำคัญ
ความคืบหน้าในการไต่สวนคดีกล่าวหา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จนทำให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว หลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตัดพยานที่นางสาวยิ่งลักษณ์ยื่นขอให้ไต่สวนเพิ่มเติมจาก 11 ปาก เหลือเพียง 3 ปาก คือ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นั้น
เมื่อช่วงบ่าย วานนี้ (8 เม.ย.) นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนางสาวยิ่งลักษณ์ เดินทางมายื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนพยานเพิ่มเติมอีก 4 ปาก ประกอบด้วย
1.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 2.พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หรือ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 3.นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ4.นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสภาวิชาชีพบัญชีแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังยื่นคำร้องขอคัดค้านนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.เป็นกรรมการผู้รับผิดชอบสำนวน โดยเป็นการยื่นคำร้องในประเด็นดังกล่าวเป็นครั้งที่ 3
"สำหรับพยานจำนวน 4 ปากที่ขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนเพิ่มเติมนั้นเป็นพยานปากสำคัญเพื่อจะแสดงให้เห็นว่านายกฯไม่ได้เพิกเฉยแต่มีการกำกับดูแลนโยบายโดยตลอด หากตัดพยานปากใดขอให้ ป.ป.ช.ชี้แจงเหตุผลให้นายกฯรับทราบเพื่อให้หายคลางแคลงใจ" นายบัญชา กล่าว
ทนายชี้"วิชา"ออกสื่อมีอคติ
นายบัญชา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา นายวิชาให้สัมภาษณ์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในลักษณะมีอคติ และชี้นำประชาชน ทั้งกรณีข้าวหายจากโกดัง 2 ล้านตัน และกล่าวอ้างว่าคดีนี้คล้ายแชร์แม่ชม้อย ทั้งที่คดีนี้อยู่ระหว่างการไต่สวน
นายบัญชา กล่าวด้วยว่า การให้สัมภาษณ์ของนายวิชาดังกล่าว เป็นการชี้นำให้ประชาชนซึ่งขัดต่อมาตรา 39 ที่ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และมีพฤติการณ์ไม่เป็นไปตามระเบียบ ป.ป.ช.ว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของอนุกรรมการไต่สวน พ.ศ.2547 ข้อ 12 วรรคสอง ซึ่งหากคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะยกคำร้องอีกครั้งก็ขอให้ช่วยชี้แจงเหตุผลด้วย
นอกจากนี้ นายบัญชา กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะยื่นคำร้องขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนพยานเพิ่มอีก 1 ปาก คือ นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อมาหักล้างข้อมูลของ นางสาวสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรที่มีความคลาดเคลื่อนและขัดต่อหลักการปิดบัญชี
ป.ป.ช.ยอมกิตติรัตน์เลื่อนแจง
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.เห็นชอบให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เลื่อนการให้ปากคำเป็นพยานคดีรับจำนำข้าว ไปเป็นวันที่ 18 เม.ย. เวลา 10.00 น. เนื่องจากนายกิตติรัตน์ติดภารกิจไปประชุมธนาคารโลกที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 9-12 เม.ย. จึงไม่สามารถมาให้การเป็นพยานต่อ ป.ป.ช. ได้
ส่วนกรณีทีมทนายความของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนพยานเพิ่มเติมอีก 4 ปากนั้น เนื่องจากทีมทนายความเพิ่งยื่นคำร้องมาในวันที่ 8 เม.ย. ทำให้นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช. ไม่ทัน ดังนั้น ที่ประชุมป.ป.ช. จึงนัดพิจารณาว่าจะสอบพยานเพิ่ม 4 ปาก ให้ นายกฯ หรือไม่ ในวันที่ 10 เม.ย.
ยกคำร้องตัด"วิชา"พ้นคณะไต่สวน
ส่วนที่ทีมทนายความขอให้ป.ป.ช.ตัดนายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช.ออกจากองค์คณะไต่สวนคดีรับจำนำข้าว เป็นรอบที่สามนั้น ที่ประชุมเห็นว่า เหตุผลที่ร้องมาไม่เข้าข่ายแห่งการถอดนายวิชาออกจากองค์คณะไต่สวนได้ จึงมีมติให้ยกคำร้อง เนื่องจากกรณีที่นายวิชาไปปาฐกถาพูดเรื่องจำนำข้าวไม่เข้าข่ายเป็นเหตุให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ เพราะไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้เสีย เป็นญาติพี่น้อง หรือโกรธเคืองส่วนตัวกับผู้ถูกกล่าวหา
"นิวัฒน์ธำรง"ชี้สุดท้ายอยู่ที่พยานหลักฐาน
วันเดียวกัน นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม ว่า ในเวลาอันสั้นก็มีการเตรียมข้อมูลอย่างดีที่สุดและพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ โดยมั่นใจว่าจะสามารถให้ข้อมูลและให้รายละเอียดเพื่อความชัดเจนของโครงการ โดยในส่วนของตนจะชี้แจงทั้งโครงการเพราะมีหน้าที่รับผิดชอบโครงการทั้งเรื่องเกี่ยวกับการจำนำและการระบายข้าว
"จะชี้แจงว่าท่านนายกฯ ได้ดำเนินการไปแล้วอย่างไรบ้าง เมื่อรู้ข้อมูลข่าวสาร และผมคงทำหน้าที่ในการให้ปากคำให้ข้อเท็จจริงเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช. จะชี้แจงว่าทำไมจึงไม่ยุติโครงการ ซึ่งต้องดูทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย" นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่ นายวิชา มหาคุณ หนึ่งในกรรมการ ป.ป.ช. ขึ้นเวทีบรรยาย โดยมีเนื้อหาพาดพิงถึงโครงการรับจำนำข้าวนั้น นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า สิ่งที่เราทำคือเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงเท่านั้น คงไม่มีปัญหาที่กรรมการ ป.ป.ช. ท่านใดท่านหนึ่งไปพูดที่ไหน เพราะสุดท้ายแล้วต้องดูจากพยานหลักฐาน
ส่วนประเด็นเรื่องข้าวหาย 2 ล้านตัน ที่มีการอ้างว่าหายไปจริงหรือไม่นั้น นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า เรื่องนี้มีการตั้งคณะกรรมการทำงานไปตรวจสอบสต็อกทั่วประเทศ และมีการรายงานยืนยันกลับมาแล้วว่าข้าวไม่ได้หาย แต่เจ้าของสต็อกไม่ได้ลงบัญชีไว้ ส่วนประเด็นของการขาดทุนของโครงการนั้น ก็ไม่ได้สูงถึง 2 แสนล้านบาท ซึ่งก็มีตัวเลขชี้แจงได้ทุกขั้นตอน
"กิตติรัตน์"ร่อนหนังสือเลื่อนเป็นพยาน
ส่วนทางด้านพยาน 3 ปากที่ต้องเข้ารับการไต่สวนเพิ่มเติมจาก ป.ป.ช.นั้น มีรายงานว่า นายยรรยง ได้ส่งจดหมายตอบกลับมายัง ป.ป.ช.ว่าจะมาเป็นพยานในวันที่ 9 เม.ย. เวลา 13.30 น. ขณะที่นายนิวัฒน์ธำรง แจ้งว่าจะมาเป็นพยานในวันที่ 10 เม.ย. เวลา 13.30 น.
ส่วนนายกิตติรัตน์ได้ส่งหนังสือแจ้ง ป.ป.ช. ขอเลื่อนจากวันที่ 11 เม.ย. เป็นวันที่ 18 เม.ย. เนื่องจากติดภารกิจร่วมประชุมธนาคารโลกที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนเวลานั้นยังไม่ได้ยืนยันชัดเจน
“หมอวรงค์”ตำหนิกิตติรัตน์เจตนาเตะถ่วง
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายกิตติรัตน์ หนึ่งในพยานขอเลื่อนการชี้แจงโดยอ้างว่ามีภารกิจประชุมธนาคารโลก ว่า ควรให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นหัวหน้าคณะเดินทางไปเพราะนายกิตติรัตน์ เป็นรัฐมนตรีรักษาการไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ กรณีการขอเลื่อนให้ปากคำ จึงน่าจะเป็นเจตนาเตะถ่วงเพื่อยืดเวลาคดีมากกว่า
“นายกิตติรัตน์ พยายามสร้างความสับสน โดยเปรียบเทียบภาวะขาดทุนโครงการจำนำข้าวกับประกันรายได้ ทั้งที่ประเด็นไม่ได้เกี่ยวกับการขาดทุน แต่อยู่ที่ว่าตัวเลขความเสียหายมากกว่าที่ควรจะเป็น และเงินไม่ถึงมือเกษตรกร อีกทั้งการขาดทุนยังเกิดจากการทุจริตในทุกขั้นตอน ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องชี้แจงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องจีทูจี ที่รัฐบาลไม่เคยชี้แจงได้" นพ.วรงค์ กล่าว
ชี้จำนำข้าวพ่นพิษราคาตกต่ำ
นพ.วรงค์ กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวยังมีปัญหาเรื่องราคาข้าวตกต่ำ เนื่องจากรัฐบาลระบายข้าวออกมามาก ซึ่งยังไม่มีการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือ รัฐบาลกลายเป็นคู่แข่งกับชาวนา ซึ่งเคยเตือนแล้วว่าการระบายข้าวของรัฐบาล จะทำให้ส่งผลกระทบ ทำให้ราคาข้าวตกต่ำ
ส่วนกรณีที่ นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง ระบุว่ามีการยืมเงินคงคลัง 2 หมื่นล้านมาจ่ายจำนำข้าว ซึ่งจะหาเงินมาคืนจากการระบายข้าว หรือจากการกู้เงิน ภายในวันที่ 31 พ.ค. นี้ ตามที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดนั้น นพ.วรงค์ กล่าวว่า แสดงให้เห็นว่ามีการโยนหินถามทางว่ารัฐบาลจะไม่สามารถหาเงินมาใช้ในวันที่ 31 พ.ค. ใช่หรือไม่
"ขอเรียกร้องไปยังกระทรวงพาณิชย์ ว่า จะต้องมีความโปร่งใส ชี้แจงปริมาณข้าวที่ขายในแต่ละครั้งว่าขายได้เท่าไร ราคาเท่าไร ได้เงินเท่าไร ในทุกครั้งที่มีการประมูล จะประเมินได้ว่ารัฐบาลจะนำเงินมาใช้หนี้เงินคงคลังได้หรือไม่" นพ.วรงค์ กล่าว





