วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุรพงษ์'ชี้'สหรัฐ'ไม่อยากให้เกิดรัฐประหารในไทย

"ดาเนี่ยล" ผช.รมต.ตปท.ของสหรัฐ ห่วงปมขัดแย้งการ ร้องให้เจรจา ด้าน"สุรพงษ์"ฟ้องโลก "สุเทพ" กบฏตั้งรัฏฐาธิปัตย์ เผยแปลคำส่งให้ทูตทุกประเทศ

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่กระทรวงกลาโหม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ในฐานะรมว.กลาโหม และ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เปิดโอกาสให้ นายดาเนี่ยล รัสเซลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ฝ่ายกิจการเอเซียแปซิฟิค พร้อมด้วยนางคริสตี้ เคนนี่ เอกอัคราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และคณะได้เดินทางเข้าพบและร่วมหารือ ภายหลังผบ.เหล่าทัพเดินทางกลับหลังจากร่วมงานสถาปนากระทรวงกลาโหม โดยมีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ได้เดินทางมาร่วมหารือสมทบในภายหลัง โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 40 นาที

จากนั้น นายสุรพงษ์ เปิดเผยถึงผลการหารือว่า ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ สหรัฐฯ ฝ่ายกิจการเอเชียแปซิฟิค ได้นำหนังสือของนายจอห์น เคอร์รี่ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ทำในนามรัฐบาลสหรัฐฯ มายื่นให้กับนายกรัฐมนตรีไทย เพื่อแสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์การเมืองของไทยและไม่ต้องการให้มีการยึดอำนาจ หรือ ปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สหรัฐฯ ห่วงมาก และถ้าเกิดขึ้นเขาคงไม่แฮบบี้ ทั้งนี้สหรัฐฯ ยังสนับสนุนให้ไทยเดินไปในแนวทางประชาธิปไตย อยากเห็นกระบวนการประชาธิปไตยเดินหน้า ใช้การเจรจาแก้ไขปัญหา ไม่ให้เกิดความรุนแรงและความวุ่นวาย ทะเลาะเบาะแว้งขึ้น รวมทั้งเป็นห่วงอาเซียน เพราะไทยเป็นประเทศที่สำคัญในภูมิภาคนี้ หากเกิดปัญหาจะเกิดผลกระทบตามมา โดยการประชุมในระดับอาเซียน ตน และ รมว.กลาโหมไม่สามารถเดินทางไปประชุมได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ได้ห้ามเรื่องการริเริ่มนโยบายต่างๆ ดังนั้นจึงไม่สามารถไปแถลงการณ์หรือลงนามใดๆได้ เพราะต้องรอรัฐบาลใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นความเสียหายมาก

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ประกาศการจัดตั้งรัฏฐาธิปัตย์ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ตนได้หยิบยกประเด็นนี้มาหารือ เพื่อให้สหรัฐฯ ทราบว่า แนวคิดของกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ภายใต้การนำของนายสุเทพ ไม่เป็นประชาธิปไตย และนายสุเทพ ยอมรับเองว่าจะยึดอำนาจและตั้งนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และสภาประชาชนด้วยตนเอง เมื่อถามว่า การกระทำของนายสุเทพถือว่าเป็นกบฏหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า แน่นนอน เพราะสิ่งที่พูดไม่ได้อยู่ภายใต้กรอบประชาธิปไตย การใช้วิธีสร้างรัฏฐาธิปัตย์ขึ้นมา เป็นที่ชัดเจนว่า นายสุเทพ ต้องการเป็นใหญ่เอง และที่ผ่านมาก็ไม่ฟังใคร เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ในการหารือกับรัฐบาลก็เอาความคิดของตนเป็นที่ตั้งไม่ยอมเปิด หรืออ่อนข้อ ถือว่าเป็นวิธีการของเผด็จการ

“หลายฝ่ายทั้งข้าราชการและกองทัพควรคิดให้หนักในสิ่งที่นายสุเทพให้เลือกข้างและพยายามดึงพวกท่านมาเป็นเครื่องมือ เพื่อแสวงหาอำนาจ และยึดอำนาจด้วยตนเอง สังคมโลกไม่ยอมรับเพราะไม่เป็นประชาธิปไตย ผมได้แปลคำแถลงการณ์ของคุณสุเทพที่ประกาศเมื่อวันที่ 5 เม.ย.นี้บนเวที กปปส.แบบคำต่อคำเรียบร้อยแล้ว และวันนี้จะส่งไปให้ทูตทุกประเทศที่ประจำอยู่ประเทศไทย ให้รับทราบแนวคิดของคุณสุเทพที่สารภาพมา ผมเล่าสถานการณ์ให้ฑูตทุกประเทศฟังหมดแล้ว เขาเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมด และเมื่อแปลคำพูดคุณสุเทพส่งไปให้ จะเป็นการสรุปข้อมูลทั้งหมดที่ผมเคยรวบรวมเป้าหมายของคุณสุเทพ ได้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งนี้จะนำเรื่องดังกล่าวจะเข้าไปหารือในที่ประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ว่า จะใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงจัดการกับนายสุเทพ อย่างไร โดยเฉพาะมีคำพูดใดขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด อยากฝากไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้กลับมาหาประชาธิปไตย เพราะตอนนี้เห็นแล้วว่านายสุเทพ ไปสุดโต่ง หากนายอภิสิทธิ์ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน จะไปร่วมกับนายสุเทพถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งที่ผ่านมานายสุเทพ และกลุ่มได้ถูกตั้งข้อหาเป็นกบฏอยู่แล้ว วันนี้ยิ่งเป็นการตอกย้ำการเป็นกบฏชัดเจนมากยิ่งขึ้น และอาจจะเป็นกบฏรอบสองด้วยซ้ำ” นายสุรพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า การนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับสหรัฐฯ ถือเป็นการดึงต่างประเทศเข้ามาหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า คงไม่ต้องดึง เพราะองค์กรต่างๆที่เข้ามา ล้วนเป็นมิตรประเทศที่เป็นประชาธิปไตย จึงต้องการให้ไทยเดินไปในแนวทางประชาธิปไตย การที่นายสุเทพ พยายามโยงว่าสหประชาชาติ (ยูเอ็น) รวมถึงต่างชาติไม่ควรเข้ามาแทรกแซงนั้น อยากถามว่าการที่ดึงนายสาธิต เซกัล ซึ่งเป็นคนอินเดียขึ้นเวทีมีความแตกต่างกันตรงไหน ตอนนี้สถานะของนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ของเราดีขึ้น หลังจากที่นายสุเทพแถลงวันนั้น ตนอยากเห็นพรรคประชาธิปัตย์มาลงเลือกตั้ง ทุกอย่างจะได้จบ สหรัฐฯ อยากเห็นการพูดคุยกันโดยเฉพาะการเลือกตั้ง เพราะเขาอยากเห็นรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย และก้าวต่อไป ทั้งนี้เชื่อว่ากองทัพจะเข้าใจรัฐบาลมากขึ้น หลังจากที่นายสุเทพพูด ผบ.เหล่าทัพ ฟังแล้วคงถึงบางอ้อ ทางกองทัพ หน่วยราชการ องค์กรอิสระ ต้องไปคิดกันให้รอบคอบ เพื่อทำให้ถูกต้อง โดยยึดหลักกฎหมาย ซื่อตรง โปร่งใส ทุกอย่างจะจบ บ้านเมืองจะได้อยู่ได้ ในส่วนกองทัพ คิดว่า คนเรานั้นอาจจะเข้าใจผิดกันได้ แต่เมื่อความจริงปรากฎทุกคนก็ต้องหันกลับมา

เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยสถานภาพของนายกรัฐมนตรี นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญทำอย่างตรงไปตรงมา ใช้มาตรฐานเดียว สังคมยอมรับได้ ปัญหาก็ไม่เกิดขึ้น ขณะนี้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ถ้ามีอะไรผิดไป หรือไม่ถูกต้อง ก็จะเป็นสิ่งที่ยากลำบากในอนาคต ประเทศชาติจะต้องเจอกับวิบากกรมต่อไป ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเป็นห่วงสถานการณ์ความรุนแรงกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมสองฝ่ายจะออกมาชุมนุมหลังสงกรานต์นั้น ตนจะนำเรื่องดังกล่าวหารือในที่ประชุม ศอ.รส.วันนี้ เพื่อเตรียมความพร้อม เพราะจะมีคนเดินทางเข้ามาจำนวนมาก เราจะประมาทไม่ได้

ด้านนายดาเนี่ยล กล่าวว่า ประเทศไทยกับสหรัฐฯถือเป็นเพื่อนที่มีความสัมพันธ์ร่วมกันมายาวนานที่มาในวันนี้ เพื่อมาพูดคุยเรื่องสถานการณ์การเมือง ซึ่งสหรัฐฯยืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างใคร แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือเรื่องการธุรกิจ ที่ปัจจุบันสหรัฐฯเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น บางอย่างเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์และความมั่นคงของประชาธิปไตยในไทย และความมั่นคงของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามความมั่นคงของไทยส่งผลกระทบต่อสหรัฐฯ จึงอยากเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายมีการเจรจากัน มีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและความสัมพันธ์ของนานาชาติเป็นหลัก