วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์'ลั่นไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้

"อภิสิทธิ์"ระบุไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้ มั่นใจจบเป็นรายคดี เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบ ต่อสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลได้ตัดสินใจเดินหน้า จึงทำให้ประชาชนออกมาชุมนุมประท้วงใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ขณะที่ความไม่เชื่อมั่นหรือความไม่ศรัทธาของประชาชน ได้ส่งผลให้ปัญหาลุกลามไปถึงกระบวนการทางการเมืองทั้งหมด จนทำให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญได้ และขณะนี้เรื่องของการเลือกตั้งก็ยังไม่แน่นอน

"ผมมั่นใจว่าจะจบเป็นรายคดี เพราะไม่มีใครสามารถอยู่เหนือกฎหมายได้ โดยเรื่องนี้เป็นการดำเนินการ ตามกระบวนการตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบ ต่อสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ในเรื่องของโครงการรับจำนำข้าวมีการสอบสวนเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งทุกคนก็ทราบดีถึงรายละเอียดของการทุจริตในโครงการดังกล่าว ขณะที่ประเด็นที่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี คือการที่นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.)ด้วย แต่ไม่ได้ทำอะไรหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในขณะที่เกิดการสูญเสียมหาศาลกับการทุจริตในโครงการนี้ ซึ่งเรื่องทั้งหมดก็มีเท่านี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ต้องชี้ว่านายกรัฐมนตรีมีความผิดหรือไม่" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนคดีที่มีผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยสถานะการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อันเนื่องมาจากการแต่งตั้งตั้งโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี จาก เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เราก็ต้องรอคำวินิจฉัยของศาล แต่คำวินิจฉัยในแต่ละคดีไม่ได้ให้คำตอบทางการเมืองว่าบ้านเมืองจะเดินต่อไปอย่างไร

เพราะแม้แต่กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ.ที่ผ่านมาเป็นโมฆะ วันนี้ทุกคนหันมามองหน้ากันและถามว่า ควรจะจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่อย่างไร หรือมีขึ้นเมื่อใด ซึ่งศาลไม่ได้ให้คำตอบตรงนี้ ขณะที่คดีของนายกฯ หากศาลตัดสินว่านายกฯมีความผิดก็ยังไม่ได้ให้คำตอบว่าบ้านเมืองเราจะเดินต่อไปอย่างไร พรรคประชาธิปัตย์จึงกำหนดแนวทางหรือท่าทีไว้ชัดเจว่าการเมืองต้องหาคำตอบด้วยกระบวนการทางการเมือง มิฉะนั้นประเทศจะไม่สามารถเดินหน้าไปได้

"บ้านเมืองจะมีข้อยุติและเดินหน้าต่อไปได้ จำเป็นต้องมีกระบวนการทางการเมืองมาสะสางให้ชัดเจนว่าประชาธิปไตย การปฏิรูปและความยุติธรรมคืออะไร นอกจากนี้นายกฯและกลุ่ม กปปส. จำเป็นต้องมาร่วมกันกำหนดให้ชัดว่า เรื่องของการปฏิรูปและการเลือกตั้ง ที่ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นไม่ตรงกันนั้นมีปัญหาที่ตรงไหน แม้จะผ่านพ้นตรงนี้ไปได้ บ้านเมืองก็จะยังไม่สงบ ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังต้องการในสิ่งที่กฎหมายไทยให้ไม่ได้ ดังนั้นพวกเราจึงมีหน้าที่ในการทำให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์และข้อมูลต่างๆ อีกทั้งเราต้องร่วมกันสร้างศรัทธาในกระบวนการทางการเมืองสำหรับอนาคตของประเทศ ในวันนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังจะก้าวต่อไปสู่ปีที่ 69 เราต้องเป็นหลักให้กับบ้านเมืองว่า เป็นพรรคที่ทำงานด้วยอุดมการณ์และมีความพร้อมเสมอ ในการวางแนวทางให้กับอนาคตของประเทศ รวมถึงต้องเคารพกระบวนการประชาธิปไตยและกฎหมาย"นายอภิสิทธิ์ กล่าว