"ทบ."เฝ้าระวังเข้มแดงชุมนุมใหญ่ 5 เม.ย. เพิ่ม 32 จุดสกัดชายแดนขนอาวุธเข้าป่วนกรุง เผย"ประยุทธ์"ยันทหารหนุนทุกภาคส่วนคลี่คลายปมขัดแย้ง
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก แถลงภายหลังการประชุมหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบกวาระพิเศษประจำเดือน เม.ย. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุมว่า การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทหารในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในวันที่ 5 เม.ย.นี้ ที่กลุ่ม นปช. จะมีการนัดชุมนุมใหญ่ โดยหลักจะอยู่ในกรอบการทำงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และ ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) รับผิดชอบ โดยมีกำลังทหารจำนวน 58 กองร้อย โดยรับผิดชอบในลักษณะเดิมคือดูแลสถานที่ราชการสำคัญ และพื้นที่จุดเสี่ยงต่าง ๆ แต่ในวันที่ 5 เม.ย.นี้อาจจะมีที่หมายเพิ่งเติมคือบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงการชุมนุม ซึ่งเป็นเฝ้าระวังที่เพิ่มเติมขึ้นมา
โดยการประสานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร โดยจะมีการจัดชุดสายตรวจร่วมกันในการเฝ้าระวังเหตุ ในขณะที่ประชาชนได้มีการสัญจรและมีการเคลื่อนย้าย โดยจะมี พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 เป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนทางทหารจะมี พ.อ.สนิทชนก สังขจันทร์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 19 เป็นผู้รับผิดชอบ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ มีความเป็นห่วงในเรื่องอาวุธสงครามที่คนร้ายนำมาใช้ในการก่อเหตุ และจะมีการย้ำอยู่เป็นประจำไม่เฉพาะในพื้นที่ กทม. และ ปริมณฑล เท่านั้น แต่ได้เพิ่มความเข้มข้นในพื้นที่ตามแนวชายแดนด้วย ทั้งนี้ในพื้นที่ต่างจังหวัดจะมีจุดตรวจร่วมของทหารกับตำรวจเพิ่มอีก 32 จุดเพื่อเฝ้าระวังสกัดกั้นการขนย้ายอาวุธเข้ามาในพื้นที่ กทม.
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์โจมตี พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีการเปรียบเทียบเกี่ยวกับการทำงานระบบบริษัทว่า ในที่ประชุม ทาง พล.อ.ประยุทธ์ ได้เล่าให้ผู้บังคับหน่วยได้รับทราบที่มาที่ไปของแนวความคิด และสาระในการให้สัมภาษณ์วันนั้น โดยได้อธิบายถึงเจตนารมณ์ของท่านว่า คิดอย่างไรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าสิ่งที่ทำเพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความปลอดภัย และต้องการคลี่คลายสถานการณ์ต่าง ๆ ทางทหารจะมีบทบาทหน้าที่ที่เหมาะสมตามห้วงระยะภายใต้กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งกฎหมายปกติ และกฎหมายด้านความมั่นคง โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ยืนยันกับผู้บังคับหน่วยให้เข้าใจว่าทุกสิ่งดำเนินการภายใต้การสั่งการของผู้บังคับบัญชาการที่ได้มีการกลั่นกรองด้วยเหตุผล และตามหลักกฎหมายทุกอย่าง ขอให้มั่นใจและปฏิบัติตามสิ่งที่ผู้บังคับบัญชาได้มอบหมายไป
"ปัจจุบันกองทัพบกยังมีความจำเป็นที่จะต้องดำรงภารกิจต่างๆ เพื่อคลี่คลายปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งปัญหาทางการเมือง ความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ โดยเฉพาะสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ กองทัพบกจะยังคงสนับสนุนทุกภาคส่วนในการคลี่คลายสถานการณ์ โดยยังเน้นการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน และดำรงบทบาทหน้าที่อย่างเหมาะสม ยืนยันว่าทหารหวังที่จะประคับประคองไม่ให้เหตุการณ์ต่างๆไปสู่จุดที่เป็นอันตรายต่อประชาชน และพยายามที่จะดำเนินการในส่วนที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความแตกแยกไปกว่านี้"รองโฆษกกองทัพบก กล่าว





