"สิริมา"ระบุหน่วยงานพยากรณ์เศรษฐกิจมองสอดคล้องกัน การชุมนุมทางการเมืองกดดันให้ศก.ชะลอลง เพราะขาดความเชื่อมั่น จี้ทุกฝ่ายร่วมแก้ความขัดแย้ง
น.ส.สิริมา สุนาวิน คณะทำงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงว่า ในวันนี้ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ได้ชี้แจงเกี่ยวกับความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศอันเป็นผลมาจากการชุมนุมทางการเมืองของกปปส. และกลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะการชุมนุมปิดกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย
โดยสศช.ได้ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ จากเดิม 4.0-5.0 %เป็น 3.0-4.0% ซึ่งมีปัจจัยมาจากดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักธุรกิจที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ลดลง และการชะลอการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนและการชะลอการลงทุนของภาคธุรกิจ อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองและความไม่มั่นใจในเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
น.ส.สิริมา กล่าวว่า การประมาณการนี้สอดคล้องกับการคาดการณ์ของหน่วยงานเศรษฐกิจต่างๆทั้งของภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย(เอดีบี)และศูนย์วิจัยกสิกรไทยฯ เป็นต้น ซึ่งล้วนปรับลดประมาณการทางเศรษฐกิจของไทยลงเหลือไม่ถึง 3 % นอกจากนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังระบุว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 68.8 ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 149 เดือนนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 54 เป็นต้นมา เนื่องจากผู้บริโภคยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการเมืองของไทยในอนาคต และล่าสุดบริษัท Japan Credit Rating Agency หรือ JCR ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่น ได้ปรับแนวโน้มความน่าเชื่อถือของประเทศไทยเป็นลบ เนื่องจากปัจจัยความวุ่นวายทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ
"ศอ.รส. จึงมีความกังวลว่า หากการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. และกลุ่มอื่นๆ ยังยืดเยื้อต่อไป และวิกฤติการณ์ของความขัดแย้งยังไม่ยุติ ก็มีแนวโน้มว่าประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยก็อาจลดต่ำลงจนถึงระดับติดลบได้ ศอ.รส. เห็นว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากส่งผลกระทบต่อประเทศและประชาชนในวงกว้าง ดังนั้น ศอ.รส. จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ"





