กทพ. ดำเนินคดีขบวนรถผู้ชุมนุมที่ใช้ทางด่วนโดยไม่ชำระค่าผ่านทาง
นางบุษบา ปทุมมาศ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กล่าวว่า จากผลกระทบกรณีเหตุการณ์ Shut Down กรุงเทพฯ ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนมีนาคม 2557 ปรากฏว่ามีกลุ่มผู้ชุมนุมนำรถยนต์ 4 ล้อ รถยนต์ 6-10 ล้อขึ้นไป และรถจักรยานยนต์ขึ้นไปใช้บนทางพิเศษโดยผิดกฎหมาย และไม่ชำระค่าผ่านทางพิเศษเกือบทุกวัน
ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนไม่ชำระค่าผ่านทางพิเศษและการนำรถจักรยานยนต์ รวมถึงรถประเภทต้องห้ามไม่ให้ใช้ในทางพิเศษมาใช้บนทางพิเศษเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการจราจรในทางพิเศษ พ.ศ. 2555 ข้อ 4 และมีบทลงโทษตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 154 ซึ่งกำหนดโทษปรับไว้ไม่เกิน 1,000 บาท พ.ร.บ.การทางพิเศษแห่งประเทศไทย มาตรา 31, 40, 62 และ 63 ที่กำหนดโทษจำคุกไว้ไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 139 ซึ่งกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 8,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้บริการทางพิเศษซึ่ง กทพ. ได้ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดโดยการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว
ส่วนกรณีเกิดเหตุซุ่มยิงขบวนของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ระหว่างเดินทางกลับจากเวที กปปส. แจ้งวัฒนะมายังเวทีหลักเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ บนทางพิเศษศรีรัชบริเวณแจ้งวัฒนะ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2557 เวลาประมาณ 14.30 น. นั้น กทพ. ได้ดำเนินการตรวจสอบเหตุการณ์ผ่านทางกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่ติดตั้งอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุแล้ว ไม่ปรากฏว่าพบสิ่งผิดปกติ





