วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'องอาจ'วอน'ยิ่งลักษณ์'เลิก3พฤติกรรม

"องอาจ" ปชป.ขอบคุณ"ยิ่งลักษณ์" แจงป.ป.ช.ด้วยตัวเอง วอนเลิก3พฤติกรรมพิสูจน์เคารพการตรวจสอบ เลิกยื้อเวลาหยุดดิสเครดิต สั่งแดงเลิกกดดันปปช.

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวขอบคุณกรณีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปชี้แจง ป.ป.ช.ในคดีทุจริตจำนำข้าวด้วยตัวเอง แม้จะใช้เวลาสั้นก็ยังแสดงว่าเคารพกระบวนการยุติธรรม และยอมรับการตรวจสอบภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่การดำเนินการที่จะแสดงออกถึงความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรมนั้น การไปรับทราบข้อกล่าวหาหรือชี้แจงยังไม่เพียงพอ

เพราะที่ผ่านมานางสาวยิ่งลักษณ์ ปล่อยให้มีการกระทำที่กดดันการทำงานของ ป.ป.ช.และพยายามที่จะดำเนินการหลายวิธีที่จะดิสเครดิต ป.ป.ช. ดังนั้นเมื่อนางสาวยิ่งลักษณ์แสดงว่ายอมรับการตรวจสอบก็ควรจะเปลี่ยนแปลงท่าทีจากเดิม โดยควรทำใน 3 ประการคือ 1 ไม่ควรแสวงหาช่องว่างของกฎหมายในการยื้อเวลาให้เนิ่นนานออกไป เพื่อให้ตัวเองมีโอกาสอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยไม่ต้องพักการปฏิบัติหน้าที่หากถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด เพราะการเสนอพยานเพิ่มเติมอีก 11 ปาก และขนเอกสารจำนวนมากไปให้ ป.ป.ช.นั้น เป็นความพยายามยื้อเวลาอยู่ในอำนาจซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง แต่ควรให้ความร่วมมือกับป.ป.ช.มากกว่า

นายองอาจกล่าวว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ควรยุติการดิสเครดิตหรือใส่ร้ายป้ายสี ป.ป.ช.ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ควรจะเข้าใจว่า ป.ป.ช.ได้ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ดำเนินการสองมาตรฐานหรือไม่เป็นกลางและไม่ได้จ้องทำลายนางสาวยิ่งลักษณ์ ควรจะระงับยับยั้งไม่ให้คนเสื้อแดงชุมนุมกดดันการทำงานของ ป.ป.ช.ที่เป็นองค์กรอิสระ โดยต้องเปิดโอกาสให้ ป.ป.ช.ทำหน้าที่อย่างอิสระ การชุมนุมหน้า ป.ป.ช.กล่าวถ้อยคำและแสดงอาการกดดันการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.จะทำให้ ป.ป.ช.ไม่สามารถทำหน้าที่อย่างอิสระได้เพราะมีการคุกคามอย่างต่อเนื่อง นางสาวยิ่งลักษณ์ต้อง หาทางระงับยับยั้งไม่ให้คนเสื้อแดงที่สนับสนุนนางสาวยิ่งลักษณ์มีพฤติกรรมเช่นนี้อีก หากสามารถดำเนินการได้ทั้งสามประการจึงจะชี้ว่ายอมรับกระบวนการยุติธรรม แต่ถ้ายังไม่เลิกพฤติกรรมเหล่านี้ก็แสดงว่าไม่เคารพกระบวนการยุติธรรมและไม่เคารพกระบวนการตรวจสอบด้วยความจริงใจ จึงหวังว่านางสาวยิ่งลักษณ์จะปฏิบัติตามคำเรียกร้องของตนเพื่อประโยชน์สุขของบ้านเมือง

นายองอาจ ยังกล่าวถึงวันที่ 2 เมษายน 2557 ว่า เป็นวันสำคัญในปฏิทินการเมืองไทยเพราะศาลรัฐธรรมนูญจะประชุมว่าจะรับเรื่องจากวุฒิสภากรณีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ กระทำการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 กรณีย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาสมช.โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะกรณีนี้ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยแล้วว่า การย้าย พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงษ์ มาเป็น ผบ.ตร. ทำให้ต้องย้าย พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิศรี ไปเป็นเลขา สมช.จึงต้องย้ายนายถวิล เพื่อให้ พล.ต.อ.วิเชียรได้เป็นเลขาสมช.ให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ที่เป็นญาติกับนางสาวยิ่งลักษณ์ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. เป็นการใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง นอกจากนี้การย้ายดังกล่าวยังไม่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารแผ่นดิน รวมทั้งยังเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายองอาจ กล่าวว่า คำร้องของ ส.ว.ที่ยื่นไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 ในหลายประการ ดังนี้คือ 1. ไม่ได้ดำเนินการตามนโยบายที่แถลงต่อสภา 2 .ไม่เป็นไปตามกฎหมาย 3 .ย้ายเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง จึงถือว่ากระทำการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าว จึงคิดว่าผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ในเวลาอันใกล้ เพราะไม่ต้องใช้เวลาพิจารณานานเนื่องจากมีคำตัดสินศาลปกครองสูงสุดเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่วิตกว่าหากพรุ่งนี้ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องนี้ไว้พิจารณาต่อไป ก็กังวลว่าจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงไปกดดันศาลรัฐธรรมนูญทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างโปร่งใส อิสระ ตนจึงเรียกร้องให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ยอมรับการตรวจสอบและเคารพการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ หาทางป้องกันไม่ให้ผู้สนับสนุนตัวเองกดดันข่มขู่คุกคามการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ