"องอาจ"อัด"ยิ่งลักษณ์" ป้ายสีป.ป.ช.ให้เป็นผู้ร้ายของสังคม เหตุแจงโกงข้าวไม่ได้ มุ่งดิสเครดิต ตอกกลับ สอบกว่า 1 ปี ไม่เคยชี้แจง
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่ไปชี้แจงต่อ ป.ป.ช.ในข้อกล่าวหาทุจริตจำนำข้าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ร้องเรื่องนี้ต่อป.ป.ช.มากว่าหนึ่งปีแต่ไม่เคยเห็นน.ส.ยิ่งลักษณ์แสดงต่อสาธารณะว่าไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าว แต่หลังจาก ป.ป.ช.สอบสวนจนพบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จึงเชิญไปรับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจง โดยวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่จะต้องชี้แจงเพราะ ป.ป.ช.ไม่อนุญาติให้เลื่อนอีก
ที่ผ่านมาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เคยชี้แจงในประเด็นสำคัญคือ ทำไมไม่สั่งให้หยุดโครงการนี้ทั้งที่มีอำนาจและ ป.ป.ช.แจ้งไปยังรัฐบาลแล้วว่าโครงการนี้จะเปิดช่องทุจริต แต่กลับกล่าวหาป.ป.ช.ว่าเป็นคู่กรณีกับรัฐบาลทั้งที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร
นายองอาจ กล่าวว่า สิ่งที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำมาตลอดคือเจตนาสร้างความเข้าใจผิดว่าป.ป.ช.ไม่ให้ความเป็นธรรม กล่าวหาว่าสองมาตรฐานไม่เป็นกลาง ทั้งที่ข้อกล่าวหาต่อนางสาวยิ่งลักษณ์นั้นป.ป.ช.ได้ชี้แจงอย่างกระจ่างชัดแล้ว แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์และคณะยังพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างภาพให้ ป.ป.ช.เป็นผู้ร้ายในสายตาของประชาชน ทั้งที่ทำหน้าที่ในฐานะองค์กรอิสระตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น
นายองอาจ กล่าวว่า มี 3 ประเด็นที่.ส.ยิ่งลักษณ์พยายามใส่ร้าย ป.ป.ช.คือ 1.กล่าวหาว่า ป.ป.ช.เร่งรีบในการสรุปคดีทั้งที่มีการดำเนินการมาแล้ว 1 ปี 4 เดือน โดยนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก ได้ร้องต่อ ป.ป.ช.ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2555 จากนั้น ป.ป.ช.มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกระทั่งพบว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต จึงมีการแจ้งข้อกล่าวหา ดังนั้นระยะเวลาที่ใช้ในการไต่สวนเรื่องนี้ไม่ได้มีการเร่งรัดตามที่มีการกล่าวอ้าง และเป็นเรื่องที่รัฐบาลทราบอยู่แล้ว สามารถชี้แจงได้แต่กลับไม่ดำเนินการใด ๆ
2. พยายามกล่าวหาว่าพรรคเพื่อไทยหรือกลุ่มคนของพรรคไปร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะเป็นนายกรัฐมนตรี มีปัญหาเรื่องประกันรายได้แต่ไม่มีความคืบหน้าจาก ป.ป.ช.ทั้งที่ความจริงสาเหตุที่ยังไม่คืบหน้าเพราะผู้ร้องคือพรรคเพื่อไทยไม่มีข้อมูลหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อ ในขณะที่ป.ป.ช.พยายามขอหลักฐานไปยังรัฐบาลยิ่งลักษณ์แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ไม่ส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช.เพื่อตรวจสอบ เมื่อไม่ได้รับข้อมูล ป.ป.ช.จึงไม่สามารถหาข้อยุติในเรื่องนี้ได้ จึงเห็นว่าเป็นการร้องลอย ๆ เพื่อเป็นข่าวมากกว่า จะเอาคนผิดมาลงโทษ ซึ่งมีการกระทำลักษณะนี้จำนวนมาก ตรงกันข้ามกับกรณีโกงจำนำข้าวที่มีข้อมูลหลักฐานชัดเจนถึงการกระทำความผิดที่ป.ป.ช.สามารถดำเนินการต่อเนื่องได้ จึงถือว่าสองประเด็นนี้ต่างกัน
3.กล่าวหาว่า ป.ป.ช.ไม่ตั้งอนุกรรมการสอบสวนก่อนแต่ให้ ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณา ซึ่ง ป.ป.ช.ชี้แจงแล้วว่า เรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารระดับสูงจะเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ในการดำเนินการที่จะพิจารณาเรื่องนั้น ๆ ไม่จำเป็นต้องตั้งอนุกรรมการสอบสวนแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นการพยายามกล่าวหาว่า ป.ป.ช.ดำเนินการไม่ให้ความเป็นธรรม สองมาตรฐานหรือไม่เป็นกลางจึงไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด





