วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สมช.เตือนชี้มูลจำนำข้าวเสี่ยงเกิดรุนแรง

สมช.เตือนชี้มูลจำนำข้าวเสี่ยงเกิดรุนแรง มั่นใจเลือกตั้งส.ว.ไร้ปัญหา เชื่อสถานการณ์การเมืองจบที่การเจรจา

พลโทภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ"สำนักข่าวเนชั่น"ถึงการประเมินสถานการณ์ในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)ในวันที่ 30มีนาคมนี้ว่า คิดว่าไม่มีเหตุการณ์อะไร เพราะทุกฝ่ายอยากจะมีตัวแทนของตัวเองเข้าไปทำหน้าที่ในวุฒิสภาทั้งนั้น

ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองนับจากนี้ พลโทภราดร กล่าวว่า สิ่งที่ต้องระวังคือต้องระวังไม่ให้มวลชนสองฝ่ายมาปะทะกัน เพราะคู่กรณีในความขัดแย้งมีการขยายตัวออกไปจำนวนมากซึ่งเป็นผลจากหลักนิติธรรม ความไม่เสมอภาคที่เกิดขึ้น ที่ต้องมีการแก้ไขที่รากเหง้าให้เกิดนิติรัฐนิติธรรมให้ได้ ซึ่งขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงทำได้เพียงแต่ป้องปรามสถานการณ์ที่ทำได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น

"เพราะคู่กรณีมีการขยายตัวจากความไม่เสมอภาค คนที่เกิดขึ้นใหม่คือผู้ที่เราไม่รู้ซึ่งเป็นคนตรงกลาง เป็นคนรักประชาธิปไตย เมื่อเขามาเคลื่อนไหวก็มีความแตกต่างกัน บางคนก็สันติ บางคนก็สนับสนุนเป็นเงินทอง แต่บางคนก็อาจจะรุนแรงได้ และยังมีมือที่สามที่ประสงค์จะให้เกิดความรุนแรงที่จ้องอย่างเดียว อาทิ M79ยิงบ้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทุกคนยังคิดได้หลายแง่ ทั้งคิดว่าฝ่ายนายสุเทพทำเองหรือไม่เพราะไม่เห็นระเบิดเลยสักครั้ง หรืออาจจะเป็นอีกฝ่ายหนึ่งทำและทำให้คนสงสัยกับนายสุเทพ และอีกฝ่ายคือมือที่สามที่ทำแล้วทำให้สองฝ่ายตีกันเอง จึงทำให้แยกแยะสถานการณ์ลำบาก"เลขาสมช. กล่าว

พล.ท.ภราดร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยุทธวิธีก็เปลี่ยนไปซึ่งมีเป้าหมายเป็นเฉพาะองค์กร กลุ่มคน และลึกลงไปเฉพาะบุคคลจึงทำให้ฝ่ายความมั่นคงต้องเพิ่มมาตรการมากขึ้น รวมทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ก็มีการปรับเปลี่ยนที่มีการใช้แบบวิถีโค้งและวิถียาวมากขึ้น จึงทำให้จุดตรวจที่เน้นการเข้าพื้นที่ชุมนุมต้องขยายรัศมีให้อยู่ในจุดที่รัศมีเข้าไปไม่ได้ในระยะ 400 เมตร

เมื่อถามถึงวันที่ป.ป.ช.จะมีการชี้มูลนายกรัฐมนตรีในคดีรับจำนำข้าวของรัฐบาลไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรมีความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ตรงนี้มีความสุ่มเสี่ยง ต้องมีความระมัดระวัง เพราะเป็นอารมณ์ของประชาชนที่มาจากรากเหง้าของความไม่เป็นธรรม ที่จะมีการขยายผลของปฏิกิริยาจากมวลชนแน่นอน และมีแนวโน้มที่จะเป็นความรุนแรง ที่ต้องระมัดระวังและเกาะติดไว้ให้ดี

"วันที่ 31 มีนาคมที่นายกฯไปชี้แจงต่อป.ป.ช.ซึ่งอาจจะไปหรือไม่ไปผมไม่ทราบ ซึ่งอยู่ที่ป.ป.ช.อีกว่าจะต้องมีการสอบอีกหรือไม่ หรือไม่สอบแล้วก็ชี้มูลเลย ตรงนี้เป็นจุดเสี่ยง เพราะจะเป็นการกระชั้นกันหมด กปปส.ก็นัดชุมนุม 29 มีนาคม ส่วนนปช.ก็นัดชุมนุมวันที่ 3 เม.ย.เพื่อไปถึงวันที่ 5 เม.ย.ทุกอย่างมีความสัมพันธ์กันหมดที่ต้องดูทุกมิติประมาทไม่ได้"พล.ท.ภราดร กล่าวและว่าส่วนการดูแลความปลอดภัยองค์กรอิสระว่า องค์กรอิสระส่วนใหญ่ก็ขอกำลังเจ้าหน้าที่ไปช่วยดูแลอยู่แล้ว

พล.ท.ภราดร ยังกล่าวถึงกลุ่มกวป.ด้วยว่า คือกลุ่มคนเสื้อแดงที่ไม่ใช่นปช.แต่เป็นกลุ่มคนที่นิยมชมชอบประชาธิปไตยแบบคนเสื้อแดงแล้วก็แต่งชุดแดงแต่ก็ไม่ใช่นปช. ดังนั้นใครคิดจะไปสั่งก็ไม่ได้ ซึ่งตนก็มีช่องทางในการสื่อสารไปแต่ก็ไม่ได้ทั้งหมด ซึ่งผู้บังคับการตำรวจภูธรนนทบุรีก็บอกให้ตนช่วยตนก็ไม่รู้จะช่วยพูดอย่างไรแล้ว เพราะกวป.ยืนยันจะดำเนินการตามที่กปปส.เคยทำ และขอให้เเจ้าหน้าที่ปฏิบัติกับกวป.เหมือนกับกปปส.

ผู้สื่อข่าวถามว่าจริงหรือไม่ที่มีกระแสข่าวระบุว่าทางกปปส.และรัฐบาลมีการคุยกันไว้หมดแล้วเพื่อหาทางลง เลขาสมช. กล่าวว่า "การพูดคุยในระดับสูงผมก็ไม่ทราบ แต่ว่าในสถานการณ์แบบนี้คงมีการพูดคุยกันทุกระดับของเรารับผิดชอบในระดับปฏิบัติการมีการพูดคุยอยู่แล้วทุกวัน ก็ตื๊อกันอยู่ทุกวันแต่ก็ยังไม่เลิกชุมนุมกัน รวมทั้งจุดที่พระพุทธอิสระชุมนุมก็มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปพูดคุยตลอด ขณะที่กปปส.เองหากมีการเดินก็จะแจ้งเส้นทางตลอดเพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยจึงให้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเส้นทางก่อนและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้ลื่นไหล หากเดินแล้วติดชะงักก็มีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุรุนแรง"

ต่อข้อถามที่ว่ากลุ่มนปช.แจ้งมาหรือยังว่าวันชุมนุมใหญ่ 5 เม.ย.จะใช้สถานที่ที่ใด พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ยังไม่แจ้งมา แต่วันที่ 29 มี.ค.เขาจะมีการประชุมลับกัน ก็คงจะแจ้งเข้ามา แต่จากข้อมูลทราบว่าทั้งกปปส.และนปช.พยายามจะไม่เผชิญหน้ากัน จึงเชื่อมั่นว่านปช.คงไม่ใช้พื้นที่ใกล้กับกทม.

เมื่อถามว่าสถานการณ์การเมืองจะจบอย่างไร พล.ท.ภราดร กล่าวว่า สุดท้ายเชื่อว่าจะกลับมาที่การพูดคุยและกลับไปสู่การเลือกตั้งอยู่ดี แต่รัฐบาลต่อไปจะมีอายุไม่นานเราะจะเน้นการปฏิรูป เพราะถ้าไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มทุกอย่างจะเดินหน้าไปไม่ได้เลยแม้แต่เรื่องเดียวและรัฐบาลหน้าต้องมีสัญญาประชาคมว่ารัฐบาลนี้จะอยู่เพียง หกเดือน หนึ่งปี หรือปีครึ่งแล้วก็ยุบสภาเพื่อเดินตามกติกาใหม่ และจะมาบิดพริ้วสัญญาประชาคมไม่ได้