อัยการสูงสุดเตรียมรับมือคดีลูกเรือประมงไทยฆาตกรรมทหารเรืออินโดนีเซีย มั่นใจการสอบสวนจะรอบคอบรวดเร็ว
นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึง กรณีรัฐบาลอินโดนีเซีย ประสานกระทรวงการต่างประเทศไทย ทำหนังสือคำร้องทุกข์ถึงอัยการสูงสุด ให้ดำเนินการรสอบสวนจับกุมลูกเรือประมงไทย เรือนาตยา 7 จำนวน 15 คน ที่ถูกกล่าวหาร่วมกัน ฆ่า ทหารเรืออินโดนีเซีย 2 นาย ว่า อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทน มีอำนาจตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 20 ให้เป็นพนักงานสอบสวนคดีอาญาที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรทุกประเภทคดี ไม่ว่าจะเป็นความผิดอาญามาตรา 7 , 8 , หรือ 9 รวมทั้งมาตรา 4 วรรค 2 , 5 , และ 6 ซึ่งอัยการสูงสุด อาจมอบหมายให้พนักงานอัยการคนใด หรือพนักงานสอบสวนคนใด เป็นผู้รับผิดชอบการสอบสวนก็ได้ ที่ผ่านมาในอดีตอัยการสูงสุดเคยมอบให้ตำรวจกองปราบปรามเป็นผู้รับผิดชอบการสอบสวน หรือจะอัยการสูงสุดอาจมอบหมายให้อัยการไปสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนก็ได้ ทั้งนี้อัยการคนนั้นจะมีอำนาจหน้าที่อย่างพนักงานสอบสวนรวมทั้งอำนาจหน้าที่ของอัยการ ทั้งนี้เมื่อสอบสวนเสร็จแล้วต้องสรุปสำนวนส่งอัยการสูงสุดเพื่อสั่งคดีว่าจะมีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่
"ขณะนี้มีแนวโน้มว่า เมื่อหนังสือร้องทุกข์จากรัฐบาลอินโดนีเซีย มาถึงอัยการแล้ว อัยการสูงสุดน่าจะมอบคดีให้อัยการสำนักงานคดีสอบสวน ซึ่งมีนายสุรศักดิ์ ศรีรัตนตระกูล เป็นอธิบดีฯ ดำเนินการสอบสวน เพราะเป็นหน่วยงานใหม่รองรับคดีที่อัยการสูงสุดมีอำนาจสอบสวน อีกทั้งพนักงานอัยการสำนักงานคดีสอบสวนเกือบทั้งหมดเคยเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ มาทำงานร่วมกันที่นี่เชื่อว่าจะมีการสอบสวนคดีอย่างรอบคอบ มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น" รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด





