วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ขวัญชัย'ขู่ระดมแดงชนม็อบนกหวีดอุดรฯ

"ขวัญชัย" แกนนำแดงอุดร ขู่ชนม็อบนกหวีดอุดรฯมาแค่5คน ขนเสื้อแดง500 ชน ชี้พร้อมนำ อพปช.อีสาน ฝึกที่อุดร

นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร และ ประธานชมรมคนรักภาคอีสาน 20 จังหวัด เปิดเผยว่า ที่ทาง กปปส.จะเคลื่อนไหว ทั่วประเทศพร้อมกัน วันที่ 29 มีนาคม 2557 ที่หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชการที่ 5 ทุกจังหวัดนั้น เป็นการออกมาเคลื่อนไหวเรียกแขกของ กปปส.ที่กรุงเทพฯ เชื่อว่าประชาชนคนกรุงเทพฯเริ่มหูตาสว่างแล้ว ม็อบคนในสวนลุมพินีก็น้อยลง เหลือเพียง 100-200 คน และพวกการ์ดที่มาจากภาคใต้และที่เป็นทหาร ก็เริ่มทยอยกลับกรมกอง เพราะอายสายตาประชาชนและชาวโลก ที่มีการจับอาวุธสงครามได้จำนวนมาก

“มันไม่ใช่ม็อบแบบสันติที่นายสุเทพ พูดอยู่ทุกๆวัน ฉะนั้นผมไม่เชื่อหรอกว่า ม็อบของนายสุเทพ จะมีพลังเพิ่มมากขึ้น แต่ที่จะเพิ่มมากขึ้นก็คือ ม็อบเสื้อแดง ยิ่งการออกมายืนยันของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่เป็นประธาน นปช.นี่คือแนวทางการยืนยันชัดเจนว่า พร้อมจะออกมาสู้รบ ที่เป็นการต่อสู้ที่ถูกคู่ที่สุด ฉะนั้นวันนี้ผมว่าแดงอีสาน 20 จังหวัด ที่ผมเป็นผู้นำพา พร้อมจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับนายจตุพรฯ ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างแน่นอน”

นายขวัญชัย กล่าวอีกว่า ถ้า กปปส.จะออกมาเคลื่อนไหวในแต่ละจังหวัด เราไม่อยากเผชิญหน้า แต่หากใน จ.อุดรธานี คิดว่าคนอุดรธานี ไม่ใช่คนพูดไม่รู้เรื่อง เท่าที่ฟังทราบว่าแกนนำหลายคนเริ่มรู้สำนึก และไม่เชื่อว่าแกนนำที่ยังหลงใหลได้ปลื้มกับ กปปส.ที่ยังเหลืออยู่ จะกล้าพาคนออกมา ในเมื่อพวกคุณรู้แล้วว่าเป็นเสียงข้างน้อย จะออกมากวนกันทำไม ในเมื่อเสียงส่วนใหญ่อยู่ที่ชมรมคนรักอุดร ที่มีสมาชิกเป็นแสนคน แล้วพวกคุณจะออกมาขวางทำไม ก็ขอร้องกัน ถ้าไม่อยากมีเรื่องมีราว ไม่อยากให้เผชิญหน้า ก็อย่าออกมากันเลย เพราะถ้าพวกคุณออกมา 5 คน ผมจะออกมา 500 คน มันสู้กันไม่ได้หรอก ผมฝากบอกแกนนำม็อบนกหวีดในอุดรธานีด้วยว่า อย่าออกมาเลย อยู่ในที่ตั้งดีกว่า บ้านเมืองจะได้เดินหน้าต่อไป

นอกจากนี้ในเรื่องของการฝีกอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ หรือ อพปช.ที่เคยประกาศจะจัดการฝึกใน จ.อุดรธานี นั้นได้คุยกับนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน ที่ จ.มหาสารคาม อยากจะนัด อพปช. 20 จังหวัดภาคอีสาน จังหวัดละ 50 คน มาพบและฝึกกันที่อุดรธานี ที่สนามของชมรมคนรักอุดร โดยจะเชิญตำรวจที่ยังอยู่ในราชการ มาเป็นครูฝึกทักษะวิชาการป้องกันตัวเบื้องต้น คือ อพปช.เป็นอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ และเป็นองครักษ์พิทักษ์มวลชนที่ไปชุมนุม เพราะเหตุการณ์ที่สนามกีฬาราชมังคลาเป็นบทเรียนให้เราได้เจ็บปวดมาก เราจำเป็นต้องหาทางแก้ไขจุดอ่อนตรงนี้ เพราะเมื่อนำคนไปอยู่ตรงนั้นแล้ว ไม่สามารถป้องกันเขาได้ จนถูกนักเลงอันธพาลมาก่อกวน ไล่ล่าฆ่าพวกเราไปเยอะ บาดเจ็บไปมากมาย เราจึงตั้ง อพปช.ขึ้นมา

“ไม่ใช่กองกำลังติดอาวุธ เราติดอาวุธจริง แต่เป็นอาวุธทางปัญญา ผมอยากจะฝากไปยังกองทัพ หรือ กอ.รมน.ตรวจสอบให้ดี พวกเราไม่มีอาวุธ มีแต่มือเปล่า เรามั่นใจว่ากองทัพไม่สามารถฆ่าประชาชนอย่างพวกผมได้หมดเพราะพวกผมพร้อมจะสู้เหมือนกับปี 2553 จะเห็นว่าพวกเรามีแต่ผู้หญิง ผู้สูงอายุ ที่มาอยู่แถวหน้า นี่คือใจของพวกเรา ผมถึงพูดเสมอว่า คนเสื้อแดงใจเกินร้อย ใจราชสีห์ ท่านอย่าบีบบังคับให้เหตุการณ์เกิดขึ้น อย่าให้นองเลือดเลย”

นายขวัญชัย กล่าวอีกว่า วันที่ 5 เมษายน ที่เราคนเสื้อแดงนัดรวมพลกันครั้งใหญ่ ซึ่งเราไม่ต้องการเข้าไปที่กรุงเทพฯ แต่ถ้าสถานที่ไม่มีจริง ๆ เราก็อาจจะต้องเผชิญหน้ากัน ฉะนั้นองค์กรอิสระต่าง ๆ ที่ทำอะไรไปด้วยความไม่ละอายใจ ขอให้มีสำนึกบ้าง เป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง อย่าขี้โกงกันมากนัก นี่มาปล้นกันจริง ๆ เป็นกลุ่มโจรที่สุมหัวกันปล้นประชาธิปไตยไปจากประชาชน มันเป็นความน่าเกียจมาก มาปล้นแบบหน้าด้าน ๆ ไม่อายฟ้าอายดิน ไม่อายสายตาชาวโลก หนังสือพิมพ์ต่างประเทศข่าวแบบน่าละอายใจมาก มีความสำนึกกันบ้างเถิด วันนี้ต่างชาติเขามองประเทศไทยอย่างไรบ้าง ขอให้คนเหล่านั้นมีความสำนึกกันบ้าง

“พวกคุณเป็นคนกลุ่มน้อย สุมหัวกันใช้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ได้มาจากการโปรดเกล้า แต่มาจากการแต่งตั้งของการยึดอำนาจของ คมช.แล้วมาตัดสินคดี ทำให้ศาล 3 ศาล ที่เป็นศาลหลักในประเทศไทยเสียหายไปด้วย คนเขาเข้าใจศาลกันผิดไปหมด วันนี้ประชาชนเขาไม่เข้าใจ คนเขียนรัฐธรรมนูญคือกลุ่มบุคคลหนึ่งที่คณะปฏิวัติตั้งขึ้นมา โดยไม่มีการโปรดเกล้าฯ ฉะนั้นวันนี้คณะศาลและผู้พิพากษาจริง ๆ ที่มีคุณวุฒิ มีวุฒิภาวะ และมีความเที่ยงธรรม ความยุติธรรม ท่านคงจะออกมาแสดงบทบาทกันจริง ๆ แล้ว" นายชวัญชัย ระบุ