"พล.ต.อ.อดุลย์"สั่งกำชับให้ทุกหน่วยเข้มดูแลความปลอดภัยบุคคล สถานที่ ที่อาจตกเป็นเป้าหมาย
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร. เปิดเผยว่าตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไป เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นโมฆะ ซึ่งอาจส่งผลให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดี ฉวยโอกาสก่อเหตุแทรกซ้อนสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงต่อบุคคลและสถานที่ โดยเฉพาะที่ทำการศาลรัฐธรรมนูญและบ้านพักตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตลอดจนพื้นที่ชุมนุมของกลุ่มต่างๆ รวมทั้งสถานที่เชิงสัญลักษณ์ นั้น เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยและการรักษาความปลอดภัยบุคคลและสถานที่ที่อาจตกเป็นเป้าหมายในการก่อเหตุแทรกซ้อนหรือสร้างสถานการณ์รุนแรงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
โดยพล.ต.อ,อเลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ได้ออกหนังสือสั่งการด่วนที่สุด ลงวันที่ 21 มีนาคม 2557 กำชับการปฏิบัติไปยังหน่วยในสังกัดที่เกี่ยวข้องให้ ผบช.น., ภ.1-9 และ ศชต. โดยได้กำชับให้ ผบก.น./ภ.จว. ให้กวดขันหัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่ง ให้เพิ่มความเข้มในการตรวจตรารักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ, สำนักงาน ป.ป.ช., ศาล และองค์กรอิสระอื่นๆ รวมทั้งบ้านพักตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้พิพากษา อย่างจริงจัง
หัวหน้าสถานีตำรวจ ต้องมอบหมายผู้รับผิดชอบในการประสานมาตรการรักษาความปลอดภัยกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้พิพากษา และหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยสถานที่ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อวางระบบรับแจ้งเหตุให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วตลอดเวลา ตั้งจุดตรวจจุดสกัด (ว.43) รอบพื้นที่เสี่ยง เพื่อคัดกรองบุคคล ยานพาหนะ เน้นการตรวจค้นอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด ปะทัดยักษ์ สิ่งเทียมอาวุธ สิ่งผิดกฎหมาย ถ่ายรูป/ทำประวัติวัยรุ่น กลุ่มเสี่ยงและยานพาหนะต้องสงสัย รวมทั้งจัดสายตรวจ และตั้งจุดตรวจเคลื่อนที่ ในรัศมี 400 เมตร เพื่อป้องกันการใช้อาวุธยิงวิถีโค้ง อย่างเข้มข้นและจริงจัง ให้ตรวจสอบสถานภาพและความพร้อมในการบันทึกภาพของกล้องวงจรปิดบนเส้นทางและสถานที่เป้าหมาย แล้วปรับมุมกล้องให้สามารถบันทึกภาพบุคคล ยานพาหนะ ในเส้นทางได้อย่างชัดเจน เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนจับกุมและให้ ผบช.ส. กำชับผู้รับผิดชอบเพิ่มมาตรการเชิงรุกด้านการข่าว เพื่อติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของบุคคล กลุ่มบุคคล กลุ่มหัวรุนแรง ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด ที่อาจสร้างสถานการณ์ก่อเหตุรุนแรงแทรกซ้อน
พร้อมทั้งให้ ผบช.สกบ. และ ตชด. เตรียมชุดตรวจพิสูจน์ เก็บกู้ และทำลายวัตถุระเบิด โดยมอบหมายผู้รับผิดชอบและกำหนดช่องทางการติดต่อประสานงานกับ บก.น. และ ภ.จว. อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ทันทีเมื่อได้รับการประสานหรือได้รับคำสั่งแล้วให้ ผบช.สพฐ.ตร. จัดเตรียมชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ และยานพาหนะให้พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติได้ทันที เมื่อได้รับการประสานหรือได้รับคำสั่ง ให้ผบช.สยศ.ตร. ปรับแผนการตั้งจุดตรวจจุดสกัด ว.43 เข้มแข็ง ควบคุมอาวุธ ให้ครอบคลุมสถานที่เป้าหมาย โดยต้องมีความเชื่อมโยงทางยุทธวิธีกับจุด ว.43 และจุด ว.43 เคลื่อนที่ของทุก สน. เพื่อให้สามารถป้องกันก่อนเกิดเหตุ และสกัดกั้นจับกุมผู้กระทำความผิดหลังเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพแล้วให้ ผบช. และ ผบก. ใช้ ศปก.บช./ภ. และ ศปก.บก.น./ภ.จว. เป็นเครื่องมือและกลไกในการขับเคลื่อน ติดตาม และตรวจสอบการปฏิบัติของ สน./สภ. แล้วรายงานผลการปฏิบัติให้ ตร. ทราบ ผ่าน ศปก.ตร. ดังกล่าว





