"พงศ์เทพ" ชี้เลือกตั้งโมฆะก่อปัญหาในอนาคต เหน็บแก้ตำรากฎหมายขึ้นมาใหม่
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่2 ก.พ.เป็นโมฆะว่า ไม่ได้เกินความคาดหมาย เพราะทุกคนแม้กระทั่งสื่อเองก็คิดกันไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าผลจะต้องออกมา เช่นนี้ ทั้งนี้ ในส่วนของรัฐบาลเอง จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ คงต้องรอให้คำวินิจฉัยออกมาก่อน จึงจะมาคิดกันว่าจะทำอย่างไรต่อไปได้บ้าง ซึ่งตนคิดว่าศาลรัฐธรรมนูญก็ควรเผยแพร่คำวินิจฉัยที่เป็นทางการด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุ คิดว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร สถานการณ์ต่างๆ จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้หรือไม่ เพราะทางนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯกปปส.ก็ยังไม่ยอมให้มีการเลือกตั้งอยู่ดี แต่อยากให้มีการปฏิรูปประเทศก่อน รองนายกฯ กล่าวว่า อย่างนี้คงต้องไปถามศาลรัฐธรรมนูญ เพราะที่แถลงออกมาก็ทำให้คนที่ไปขัดขวางการเลือกตั้งซึ่งผิดกฎหมายประสบผลสำเร็จที่ขัดขวางการเลือกตั้งได้ ซึ่งก็มีคำถามต่อไปว่าถ้าเป็นอย่างนี้ หากมีใครไปขัดขวางการเลือกตั้งเขตใด เขตหนึ่ง ก็สามารถทำลายการเลือกตั้งทั้งหมดได้เลยใช่หรือไม่
“ถ้าไปวินิจฉัยเรื่องอย่างนี้ ทำนองนี้ก็จะทำให้การเลือกตั้งของไทยในอนาคตมีปัญหาเกิดขึ้นได้มากมาย เพราะหากมีคนไปร้องอีก ก็แสดงว่าประเทศไทยจะไม่ต้องมีการเลือกตั้งแล้วหรืออย่างไร อย่างน้อยก็จะมีคนตั้งคำถามว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าไปขัดมาตรา 108ที่การเลือกตั้งต้องจัดภายในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ขณะเดียวกันมาตรา 108 ก็ระบุด้วยว่าการเลือกตั้งทั่วไปต้องทำภายใน 60 วัน นับแต่วันยุบสภา ดังนั้นคนก็อาจจะตั้งคำถามได้ว่าก็ยุบสภาไปแล้ว และจะมาเลือกตั้งจะมาเลือกตั้งภายหลัง 60วันได้อย่างไร ซึ่งปัญหาเหล่านี้คงต้องไปถามเสียงข้างมากของรัฐธรรมนูญ”รองนายกฯ กล่าว
นายพงศ์เทพ กล่าวว่า จริง ๆ แล้วเรื่องนี้พระราชกฤษฎีกาถือว่าทำถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแล้ว ไม่ได้ผิดอะไร เมื่อยุบสภาก็กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ภายในกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด ไม่ได้มีปัญหาว่าพระราชกฤษฎีกาขัดต่อรัฐธรรมนูญเลย ดังนั้นถ้าจะบอกว่าการที่กกต.ไปจัดการเลือกตั้งแล้วทำให้เกิดวันเลือกตั้งหลายวันขึ้นมา ก็ไม่ได้หมายความว่าพระราชกฤษฎีกาขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งการที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ ต้องเป็นเรื่องที่กฎหมายมีปัญหา แต่ครั้งนี้ชัดเจนว่าไม่ได้เป็นเรื่องของกฎหมายที่มีปัญหาเลย พระราชกฤษฎีกาไม่ได้เป็นปัญหา และถึงแม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะไปตีขุมว่าพระราชกฤษฎีกามีปัญหา แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็ยึดแนวทางมาตลอด ในเว็บไซต์ของศาลรัฐธรรมนูญก็เผยแพร่อย่างนี้ว่า คำว่ากฎหมายนั้น หมายถึงพระราชบัญญัติหรือพระราชกำหนดเท่านั้น ไม่ได้หมายรวมถึงพระราชกฤษฎีกา
“เอาเป็นว่า หากดูตามหลักที่ยึดกันมาแล้ว เรื่องนี้ไม่สามารถส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ตั้งแต่ต้นแล้ว และหากศาลรัฐธรรมนูญจะมองเป็นอย่างนี้ก็คงต้องไปแก้ตำรากฎหมายกันใหม่เลย ถ้าจะยึดตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแบบนี้ก็ถือเป็นแนวใหม่ ปกติศาลรัฐธรรมนูญไม่เคยถือแบบนี้ นี่เป็นแนวใหม่ ที่สอนกันมา เรียนกันมา เข้าใจกันมาคือกฎหมายนั้นหมายถึงพระราชบัญญัติ พระราชกำหนด ไม่ได้รวมถึงพระราชกฤษฎีกา ซึ่งอันนี้ชัดเจน ถ้าจะเปลี่ยนการเรียนการสอนแนวใหม่แบบนี้ก็คงต้องยกเลิกแบบเก่าเลย”นายพงศ์เทพ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายพงศ์เทพ เชื่อว่าหลังจากนี้คงจะมีนักวิชาการเอาคำวินิจฉัยของศาลไปวิเคราะห์ดูว่าเขาเห็นอย่างไร ตรงกับแนวทางที่เคยปฏิบัติกันมาหรือเป็นมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ หรือมีการสร้างมาตรฐานใหม่กันขึ้นมาอีกแล้ว ส่วนผลกระทบจากการวางหลักการอย่างนี้ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ก็คงต้องมาวิเคราะห์กันอีก เมื่อถามว่าในส่วนของรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไป หรือจะอยู่กันแบบนี้ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า “ก็มีศาลรัฐธรรมนูญอย่างนี้ ก็ต้องอยู่อย่างนี้แหล่ะ จะให้อยู่แบบไหนล่ะ ถ้าวางหลัก แนวทางแบบนี้ก็ต้องอยู่แบบนี้ จะมืดมนหรือหมดทางอย่างไรก็ต้องอยู่กันไปแบบนี้” นายพงศ์เทพ กล่าว





