พท.ออกแถลงการณ์โต้คำวินิจฉัยศาลธน. ชี้เป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ ทำลายศรัทธาของประชาชน
ที่พรรคเพื่อไทย คณะกรรมการบริหาร และแกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดยนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงการณ์พรรคเพื่อไทยถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีมีมติให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.2557 เป็นโมฆะ โดยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย อ่านแถลงการณ์ว่า 1.พรรคขอยืนยันในข้อกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (1) ไม่ได้ให้อำนาจผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยเกี่ยวกับกรณีนี้ และไม่มีรัฐธรรมนูญมาตราใดให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่จะรับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณา การกระทำของศาลรัฐธรรมนูญเสมือนเป็นการบัญญัติรัฐธรรมนูญขึ้นใช้เองตามใจชอบ เป็นการเวนคืนอำนาจอธิปไตยของประชาชนไปเป็นของศาลรัฐธรรมนูญโดยมิชอบ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า 2.คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นการสร้างปัญหา และมีผลกระทบต่อส่วนรวม จะเป็นบรรทัดฐานให้มีการดำเนินการในลักษณะนี้ต่อไป แม้จะออกพ.ร.ฎ.จัดการเลือกตั้งใหม่ ถ้ายังมีการขัดขวางการเลือกตั้ง ผลก็จะออกมาว่าการเลือกตั้งใหม่เป็นโมฆะอีก จะต้องใช้งบประมาณที่เป็นภาษีของประชาชนอีกเท่าไหร่ถึงจะจัดการเลือกตั้งได้ ศาลรัฐธรรมนูญจะรับผิดชอบอย่างไรต่อการตัดสินของตน คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกลับจะยิ่งสร้างปัญหาให้กับบ้านเมืองมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และเป็นที่น่าเห็นใจประชาชนที่ต้องยอมฝ่าอันตรายเข้าไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 3.พรรคเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจนส่งผลกระทบต่อบ้านเมืองในขณะนี้เกิดจากความต้องการการเมืองนอกระบบของกลุ่มกปปส.และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เมื่อมีผู้ยื่นคำร้องตามมาตรา 68 ศาลรัฐธรรมนูญกลับไม่รับวินิจฉัย มิหนำซ้ำกลับไปบอกว่าเป็นการชุมนุมโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า 4.พรรคเห็นว่าที่มาและทัศนคติของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่มีปัญหาตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากมีกำเนิดมาจากการแต่งตั้งตามคำสั่งของคณะรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 สร้างผลงานที่ส่งผลกระทบต่อพรรคการเมืองและนักการเมืองฝ่ายพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด ต่างกับคดีที่มีการร้องพรรคประชาธิปัตย์และนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งคดีของกปปส. จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมถึงความไม่เป็นกลางทางการเมืองของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่ 5.พรรคไม่เคยปฏิเสธการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าการใช้อำนาจนั้นอยู่ในกรอบแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ดังนั้นพรรคย่อมมีความชอบธรรมที่จะดำเนินการทุกวิธีทางเพื่อรักษาไว้ซึ่งกติกาตามระบอบประชาธิปไตย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า 6.การเลือกตั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เกิดจากการกระทำที่ไม่สุจริตของหลายฝ่าย ในขณะที่พรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองอื่นๆ 50 กว่าพรรค ตลอดจนประชาชน 20 ล้านคนเศษได้ใช้สิทธิและทำหน้าที่โดยสุจริตตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย แต่ศาลรัฐธรรมนูญกลับวินิจฉัยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คนไม่สุจริตและไม่ปฎิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายต้องการ จึงเป็นการทำลายศรัทธาของประชาชนที่มีต่อสถาบันศาล นำความเสื่อมเสียต่อสถาบันอื่นที่เกี่ยวข้อง และเป็นการซ้ำเติมให้เกิดความเจ็บช้ำน้ำใจและรังแกจิตใจของผู้รักประชาธิปไตยและความเป็นธรรมอย่างไม่ใยดีและไม่รับผิดชอบ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เมื่อประมวลภาพของการมุ่งทำลายล้างพรรคเพื่อไทยและกลุ่มการเมืองฝ่ายพรรคเพื่อไทยจะเห็นได้ว่า การใช้ทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory) ของกลุ่มบุคคลและองค์กรตามรัฐธรรมนูญเพื่อช่วงชิงอำนาจทางการเมือง และมุ่งทำลายฐานอำนาจทางการเมืองฝ่ายที่นิยมประชาธิปไตย โดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทำลายทางการเมืองได้ปรากฏภาพให้เห็นโดยประจักษ์ ทั้งกระทำโดยองค์กรเองหรือรับลูกกันเป็นทอดๆ อย่างเป็นระบบ อันเดียวกันกับเมื่อปี 2549 พรรคจึงขอให้ประชาชนร่วมกันต่อสู้กับการใช้อำนาจนอกระบบทุกรูปแบบ เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยวิธีการสันติ
ด้านพ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ ผู้ที่ต้องรับผิดชอบคือ 1.พรรคประชาธิปัตย์ที่บอยคอตการเลือกตั้งแล้วยังแอบไปสนับสนุนร่วมมือกับกปปส.ขัดขวางการเลือกตั้ง 2.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และกลุ่มกปปส. ที่จงใจขัดขวางการเลือกตั้ง และ3.กกต.ทั้ง 5 ท่านที่ทำตัวเหมือนเป็นการหน่วงเหนี่ยวให้การเลือกตั้งล่าช้า เสร็จไม่ทันตามเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ การที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินออกมาเช่นนี้เหมือนเป็นการเวนคืนอำนาจอธิปไตยของคนไทยทั้ง 20 ล้านเสียงที่ออกไปเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ พรรคเพื่อไทยจะลงสมัครหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่องนี้ควรต้องไปถามพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเราไม่เคยทำอะไรนอกกรอบประชาธิปไตย ถ้าพรรคประชาธิปัตย์เห็นแก่บ้านเมืองก็ควรลงสมัครรับเลือกตั้ง ด้านนายจารุพงศ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่เคยไม่ลงเลือกตั้ง เรื่องนี้ถามผิดพรรค ต้องไปถามพรรคเจ้าปัญหาจะดีกว่า





