ประธานกกต.น้อมรับคำวินิจฉัยศาลรธน.ชี้เลือกตั้งโมฆะ เตรียมถกนัดพิเศษหารือแนวทาง 24 มี.ค.นี้ คาดไม่ต่ำกว่า 3 เดือนจัดเลือกตั้งได้
นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก เห็นว่าการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ที่ผ่านมาเป็นโมฆะ โดยให้เหตุผลว่า การเลือกตั้งไม่ได้เป็นวันเดียวกันทั่วประเทศ เนื่องจากยังไม่มีการจัดเลือกตั้งใน 28 เขตใต้ และเมื่อศาลมีคำวินิจฉัยดังกล่าวแล้ว กกต.ก็น้อมรับ เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร ในวันนี้(21มี.ค.) ภายหลังจากศาลมีคำวินิจฉัย นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. ก็ได้เรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานกกต. เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินการจัดการเลือกตั้งหลังจากนี้ ซึ่งทางกกต. ต้องรอคำวินิจฉัยกลางอย่างเป็นทางการจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน ว่าจะให้กกต. ดำเนินการอย่างไร จะเป็นแนวทางเดียวกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อปี 2549 หรือไม่ แต่ทั้งนี้ ยืนยันว่ากกต.มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า สำหรับเหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าการเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวทั้่วราชอาณาจักรนั้น เนื่องจากมีการขัดขวางการเลือกตั้ง ผอ.เขต ไม่สามารถเปิดรับสมัครได้ แม้เปลี่ยนสถานที่แล้วก็ยังโดนปิดล้อม ซึ่งเรื่องนี้กกต. ได้ทำหนังสือไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อแจ้งถึงปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า หากจัดการเลือกตั้ง จะเกิดปัญหาอุปสรรคอย่างไรบ้าง และเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของกกต. แต่มาจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ ยืนยันว่า ที่ผ่านมา กกต.ดำเนินการโดยรอบครอบ ตามกฎหมายทุกประการ ย่อมได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 20 วรรคสอง และการรับสมัครส.ส.เขต นั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของผอ.เขต กกต. ไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้
"กกต. คงต้องประชุม ภายหลังได้รับคำวินิจฉัยกลางจากศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นสัปดาห์หน้า โดยจะเรียกประชุมนัดพิเศษในวันจันทร์ที่ 24 มี.ค.นี้ เพื่อหารือถึงแนวทางในการดำเนินการต่อไป เนื่องจากมีประเด็นปัญหาอีกมากมาย เช่น เรื่องของค่าใช้จ่าย ค่าสมัคร และคดีต่างๆที่ร้องเรียนเข้ามา อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นว่าหลังจากนี้ต้องมีการหารือกับรัฐบาลและพรรคการเมือง เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งที่เหมาะสม คล้ายกับการออกพ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งส.ส.ทั่วไป"นายศุภชัย กล่าวและว่า ส่วนตัวคิดอยู่เหมือนกันว่าอาจจะมีเหตุการณ์ซ้ำรอยเกิดขึ้น แต่ไม่กังวล เพราะเป็นเรื่องอนาคต เวลาผ่านไป สถการณ์ก็เปลี่ยนไป และเชื่อว่า หากทุกฝ่ายคิดถึงประเทศชาติเป็นหลัก การเลือกตั้งที่ทำให้มีรัฐบาลใหม่เกิดขึ้น ก็จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ และจากประสบการณ์การเลือกตั้งที่ผ่านมา ทางเลขาฯกกต. และกกต. ได้หารือ เพื่อหาแนวทางป้องกันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ถ้าหากมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก
เมื่อถามว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวจะเป็นบรรทัดฐานหรือไม่ หากมีคนไปปิดหน่วยเลือกตั้งเพียงบางหน่วยก็ทำให้การเลือกตั้งทั้งหมดเป็นโมฆะ นายศุกภชัย กล่าวว่า ก็มีหลายฝ่ายที่ให้ความเห็นเช่นนั้น แต่เราคงไม่สามารถก้าวล่วง หรือวิจารณ์คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ แต่ยืนยันว่า การดำเนินการจัดการเลือกตั้งของกกต.ยังไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย อันไหนที่คิดว่าจะผิดกฎหมายเราก็หยุด แล้วถามศาลรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ส่วนจะจัดการเลือกตั้งลำบากหรือไม่นั้น คงต้องดูในอนาคต แต่ส่วนตัวมองว่าถ้าสถานการณ์รุนแรง ก็ยังไม่ควรจัดการเลือกตั้ง จัดไปก็เสียงบประมาณป่าว แต่การจะให้เราไปพูดคุยกับฝ่ายการเมือง คงไม่ใช่หน้าที่กกต. แต่คิดว่าระยะเวลาในการจัดการเลือกตั้ง คงไม่นานมาก แต่อย่างน้อยก็คงไม่น้อยกว่า 3 เดือน นับแต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย





