"อภิสิทธิ์"แนะ"ยิ่งลักษณ์"เจรจากับ"สุเทพ" เพื่อกำหนดแนวทางว่ามีอะไรต้องดำเนินการก่อนการเลือกตั้งบ้าง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 เป็นโมฆะ ว่า เป็นโอกาสในการคลี่คลายปัญหาบ้านเมือง โดยเห็นว่าต้องเริ่มต้นที่การเคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและหาทางให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติเพื่อเดินหน้าไปสู่สิ่งที่ดีกว่า โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องเป็นเจ้าภาพร่วมกับรัฐบาล ระดมความคิดว่าการจะมีการเลือกตั้ง เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายเกิดความเรียบร้อย ไม่มีปัญหาความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญจะทำอย่างไร อยากให้รัฐบาลปรับท่าทีใหม่จากที่เคยแสดงออก ว่าจะไม่มีการเจรา แต่จะกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ เพราะไม่ทราบว่าจะทำไปทำไมหากตั้งใจจะให้กระบวนการประชาธิปไตยเดินหน้า ก็ต้องทำให้กระบวนการราบรื่น คือทุกฝ่ายยอมรับเพื่อกำหนดเส้นทางให้บ้านเมืองร่วมกันโดยไม่ขัดกฎกติกา
"ผมไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมคุณยิ่งลักษณ์ กับคุณสุเทพ จะคุยกันไม่ได้ เพราะคุณสุเทพบอกว่าพร้อมคุยแต่ขอให้มีการถ่ายทอดสด เพื่อให้ประชาชนสบายใจ แต่คุณยิ่งลักษณ์เคยตั้งเงื่อนไข 2 เรื่อง คือให้เลือกตั้งให้เสร็จ ตอนนี้จบแล้ว และให้คุณสุเทพกลับบ้านตอนนี้คุณสุเทพอยู่ในสวน ก็ไม่มีประเด็นที่จะต้องตั้งเงื่อนไขอะไรแล้ว จึงควรที่จะคุยกันเพื่อกำหนดแนวทางว่ามีอะไรต้องดำเนินการก่อนการเลือกตั้งบ้าง แต่ถ้าบรรยากาศยังเป็นแบบนี้ก็ไม่มีใครตอบได้ว่าการเลือกตั้งจะสำเร็จหรือไม่ และจะมีคำถามเกิดขึ้นว่าจะมีหลักประกันความเรียบร้อยในการเลือกตั้งอย่างไร"นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งใหม่จะเป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าพรรคต้องการเห็นการเลือกตั้งที่เรียบร้อย เมื่อมีสิ่งนั้นเกิดขึ้นพรรคก็พร้อมอยู่แล้ว แต่ถ้ากำหนดการเลือกตั้งโดยรัฐบาลฝ่ายเดียว น่าจะทำไม่ได้ เพราะโดยหน้าที่ต้องทำร่วมกับกกต. เพราะเวลามีปัญหารัฐบาลก็บอกว่าเป็นเรื่องของกกต. แต่เวลาที่จะไปสร้างเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรค รัฐบาลกลับไปกำหนดก็ไม่ถูกต้อง จึงต้องปรับท่าทีใหม่ เพราะถ้าไม่ร่วมกันทำให้การจัดการเลือกตั้งเรียบร้อย จะเกิดปัญหาเดิมขึ้นอีก ส่วนพรรคจะเว้นวรรคทางการเมืองโดยไม่ส่งผู้สมัครลงอีกครั้งหรือไม่ ขึ้นอยู่เงื่อนไขการกำหนดแนวทางที่จะไปสู่การเลือกตั้ง ยังตอบอะไรในขณะนี้ไม่ได้
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มองในเชิงบวกว่าขณะนี้เป็นโอกาสที่รัฐบาลกับกกต.อย่าพึ่งผลีผลาม ขอให้ได้ใช้เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จของประเทศจะดีที่สุด การจะลงสมัครส.ส.หรือไม่ เป็นเรื่องหลักการว่าการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตย ต้องได้รับการยอมรับ มีหลักประกันเรื่องความเป็นธรรม เป็นการเลือกตั้งที่ประชาชนพร้อมเข้าร่วม ไม่มีอุปสรรคในการจัดการเลือกตั้ง จึงหนีไม่พ้นที่รัฐบาลกับกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จะมาพูดคุยกันว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง เพราะต้องสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้ง





