"สิงห์ทอง"ร้องกกต.เอาผิด"ไพบูลย์-จารุวรรณ"ปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งส.ว. มิชอบ หลังอ้างจุดยืนต่อต้านระบอบทักษิณ
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้องถึงประธาน กกต. และกรรมการกกต. ผ่าน น.ส.สุรณี ผลทวี ผู้อำนวยการสำนักเลขานุการสำงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อขอให้สืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว. สรรหา และคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้สมัคร ส.ว. กทม. โดยยกกรณีที่นายไพบูลย์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยของกลุ่ม กปปส. ที่สวนลุมพินีเมื่อวันที่ 7 มี.ค.
โดยเนื้อหาการปราศรัยได้มีการชี้นำและยกตัวอย่างให้เลือก คุณหญิงจารุวรรณ โดยอ้างว่าเป็นผู้ที่ต่อต้านระบอบทักษิณมาโดยตลอด ซึ่งเป็นอดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และอดีต คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ที่ดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในคดีที่ดินรัชดา รวมทั้งคดียึดทรัพย์ 46,000 ล้านบาท และมีจุดยืนร่วมกับมวลมหาประชาชน
นายสิงห์ทอง กล่าวต่อว่า การกระทำของนายไพบูลย์ ในฐานะที่เป็น ส.ว. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐแล้วไปกล่าวชักชวนปลุกระดมประชาชนให้เลือกผู้สมัคร ส.ว. เฉพาะบุคคลที่มีจุดยืนเดียวกันกับกลุ่ม กปปส. ทั้งที่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งในแต่ละจังหวัดจำนวนหลายคน ควรเป็นสิทธิของประชาชนในการที่จะเลือกบุคคลด้วยความเป็นอิสระทางการเมือง และการอ้างว่าถ้าเลือกผู้สมัครที่มีจุดยืนเดียวกันกับกลุ่ม กปปส. จะได้มาร่วมกับ ส.ว. ที่มาจากการสรรหาเพื่อต่อต้านระบอบทักษิณ ก็มีลักษณะเป็นการหลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร ทั้งที่หน้าที่ของ ส.ว. ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสื่อสัตย์ ปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์
อย่างไรก็ตามการปราศรัยดังกล่าวมีการเผยแพร่สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมบลูสกาย และเว็บไซต์ ยูทูป ซึ่งเป็นที่รับรู้โดยทั่วไป แต่ คุณหญิงจารุวรรณ ก็มิได้ออกมาแสดงความเห็นห้ามปราม ยับยั้ง และ ปฏิเสธการสนับสนุนของนายไพบูลย์ จึงถือว่า คุณหญิงจารุวรรณ ได้รับประโยชน์จากการกระทำนั้น ย่อมทำให้การเลือกตั้งส.ว. กทม.มิได้เป็นไปโดยสุจริตตามมาตรา 103 วรรคแรก และวรรคสาม ประกอบมาตรา 122 ของ กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. ขณะที่นายไพบูลย์ ถือว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบเป็นคุณเป็นโทษแก่ผู้สมัคร ตามมาตร 57 ประกอบมาตรา 137 และมาตรา 122 ของกฎหมายดังกล่าว





