วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศรส.เปิดเอกสารสภาพัฒน์ฯ'กปปส.'ทำศก.ทรุด

ศรส.เผยมติครม.ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินใช้พ.ร.บ.มั่นคงคุมม็อบแทน มีผล19มี.ค.-30เม.ย. เปิดเอกสารสภาพัฒน์ฯกปปส.ทำเศรษฐกิจทรุด

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) แถลงผลการประชุมศรส.ว่า วันนี้ (18 มี.ค.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ แทนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามที่ศรส.เสนอ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค. ถึง 30 เม.ย.นี้ ซึ่ง น.สยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.กอ.รมน.จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายดังกล่าว รวมถึงการพิจารณาจัดโครงสร้างเพื่อการบริหารจัดการและการสนธิกำลังของหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ ตำรวจ ทหาร และพลเรือน เพื่อทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาเหตุการณ์ที่จะกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรต่อไปนอกจากนี้ศรส.ได้รับรายงานจากสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เกี่ยวกับการประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคม จากการชุมนุมของกลุ่มกปปส.ว่า นับตั้งแต่มีการชุมนุม ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักธุรกิจลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงเป็นลำดับจนปัจจุบันดัชนีอยู่ที่ 61.4 ส่วนความเชื่อมั่นภาคธุรกิจลดลงเป็นลำดับจนปัจจุบันดัชนีอยู่ที่ 45.4 ซึ่งเป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง และตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจซึ่งเดิม สศช. ได้ประมาณการไว้ที่4.0-5.0% จะต้องปรับลดลงเหลือเพียง3.0-4.0%ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลง และมีการยกเลิกหรือเลื่อนการจัดประชุมในประเทศไทยหลายรายการ ศรส.จึงขอให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมทุกกลุ่ม ตระหนักถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อประเทศในระยะยาว และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นด้วยสันติวิธีโดยเร็ว เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ

นายธาริต กล่าวอีกว่า ศรส.ได้พิจารณาแนวทางการช่วยเหลือประชาชนและธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมปิดกรุงเทพฯของกปปส.ตามที่คณะทำงานฯ ที่มีเลขาฯศสช.เป็นประธานแล้ว มีมติเห็นชอบตามแนวทางที่คณะทำงานฯเสนอ ดังนี้ 1.ขอบเขตการให้ความช่วยเหลือจะให้การช่วยเหลือประชาชนหรือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงธุรกิจขนาดใหญ่ ในเขตพื้นที่ชุมนุม และนอกเขตพื้นที่ชุมนุมที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม นับแต่เกิดเหตุชุมนุมและภายหลังการชุมนุมด้วย2.หลักเกณฑ์การช่วยเหลือ กรณีประชาชนจะต้องเป็นผู้ได้รับความเสียหายแก่ร่างกาย โดยมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ส่วนกรณีผู้ประกอบการธุรกิจ ต้องอยู่ในระบบเสียภาษีโดยมีหลักฐานการประกอบธุรกิจชัดเจน และ3.มาตรการให้ความช่วยเหลือ ประกอบด้วย มาตรการทางการเงิน ได้แก่ การยืดระยะเวลาชำระเงินต้น สนับสนุนเงินทุน โดยกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย จะประสานขอความร่วมมือจากสถาบันการเงินต่าง ๆ มาตรการส่งเสริมการตลาด ได้แก่ จัดกิจกรรมเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าและบริการ โดยมีกระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) รับผิดชอบ มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ได้แก่ การลดต้นทุนการผลิต ปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการผลิต การฝึกอบรมผู้ประกอบการ โดยมี กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน และ สสว. รับผิดชอบ มาตรการผ่อนปรนการชำระภาษี ได้แก่ การขยายกำหนดเวลายื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม ขยายเวลาการส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ขยายเวลายื่นชำระภาษีโรงเรือนและที่ดิน โดยมีกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบ มาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายระยะสั้น ได้แก่ การให้เงินช่วยเหลือเบื้องต้น การผ่อนปรนค่าสาธารณูปโภค การลดค่าเช่า การจัดหาสถานที่ทำการค้า โดยมีกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพาณิชย์ รับผิดชอบ และมาตรการแรงงาน ได้แก่ การให้เงินช่วยเหลือผู้ประกอบการเพื่อรักษาสภาพการจ้างงาน โดยมีกระทรวงแรงงานรับผิดชอบ ทั้งนี้ ให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นศูนย์รับแจ้งผลกระทบจากประชาชนและผู้ประกอบการ และประสานการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยศรส.จะเสนอแนวทางดังกล่าวต่อครม.เพื่อพิจารณาโดยด่วนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการแถลงข่าวประจำวันของศรส.นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษในฐานะกรรมการศรส.ได้แจกเอกสารที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมจากการชุมนุมของกปปส.โดยจากเอกสารดังกล่าวพบว่า การชุมนุมส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนและชะลอการตัดสินใจลงทุนของภาคธุรกิจเอกชนรวมทั้งผลกระทบด้านการท่องเที่ยว โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงจากระดับ 65 ในเดือนพ.ย.เป็น 63.2 และ 61.4 ในเดือนธ.ค.2556และม.ค.2557 ส่วนความเชื่อมั่นภาคธุรกิจลดลงจากระดับ 46.9 เป็น 45 และ45.4 ในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับการท่องเที่ยวจำนวนนักท่องเที่ยวร้อยละ 0.1 ในเดือนม.ค.และลดลงอย่างชัดเจนร้อยละ 8.2ในเดือนก.พ.2557 เป็นผลมาจากหลายประเทศประกาศเตือนพลเมืองกี่ยวกับสถานการณ์ในไทย รวมทั้งมีการยกเลิกและลดเที่ยวบินจาก 7 สายการบิน อาทิ สิงคโปร์แอร์ไลน์ ฮ่องกงแอร์ไลน์ ไชน่าแอร์ไลน์เป็นต้น

เอกสารดังกล่าวยังระบุด้วยว่า สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในไตรมาสสี่ของปี 2556 ขยายตัวเพียง 0.6% ชะลอตัวจากการขยายตัว 2.7% ในไตรมาสก่อน แต่เศรษฐกิจในภาพรวมยังมีเสถียรภาพ ซึ่งสาเหตุการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจในไตรมาสสี่เนื่องจากการชะลอตัวของอุปสงค์ภายในประเทศและการส่งออกสินค้าที่ยังได้รับผลกระทบจากการฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ของเศรษฐกิจโลก