วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

6องค์กรอิสระให้2ฝ่ายเสนอชื่อคนกลางเจรจา

6องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ยอมถอยไม่เป็นคนกลาง โยน "นายกฯ-สุเทพ"เสนอชื่อให้เวลา7วัน ก่อนหาจุดร่วมไม่น้อยกว่า5รายชื่อนั่งคณะคนกลางวางกรอบเจรจา

ตัวแทน 6 องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายโอกาส เตพละกุล ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายณรงค์ รัฐอมฤต กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และนายพรชัย จำรูญพานิชย์กุล ได้แถลงรูปแบบและแผนที่ความสำเร็จ เพื่อทางออกของประเทศ

โดยนางผาณิต กล่าวว่า วิกฤติทางการเมืองของประเทศในขณะนี้ ถือเป็นวิกฤติการที่อาจนำประเทศไปสู้ความเสียหาย หรือความสูญเสียที่ไม่อาจแก้ไขเยียวยาได้ โดยความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นจากความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันของทั้งสองฝ่ายซึ่งล้วนแล้วแต่มีเจตนาดีต่อชาติบ้านเมืองด้วยกันทั้งสิ้นจึงจำเป็นที่ คนไทยต้องช่วยกันหาทางยุติความขัดแย้งและสร้างความปรองดองเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ และลดความขัดแย้งที่มีแนวโน้มว่าจะรุนแรงขึ้นเพื่อให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

นางผาณิต กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาองค์กรอิสระและองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญไม่ได้นิ่งเฉย มีความห่วงใยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้มีการหารือร่วมกันมาโดยตลอดทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการรวมทั้งการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ก็มีความเห็นว่า องค์กรอิสระควรเป็นผู้ประสานเบื้องต้น ในการสร้างสะพานเชื่อมในการสื่อสารประเด็นความขัดแย้งระหว่างคู่ขัดแย้ง เพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะที่ตกผลึกร่วมกันและข้อยุติที่เห็นร่วมกัน

ด้านนายสมชัย กล่าวว่า การเปิดตัวของ 6 องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำเกินหน้าที่ ไม่ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และยอมรับว่าไม่มีรัฐธรรมนูญมาตราใดที่ระบุว่าเมื่อเกิดปัญหาความขัดแย้งของบ้านเมือง ให้มีองค์กรใดมาทำหน้าที่แก้ไป แต่ที่ทั้ง 6 องค์กร ต้องออกมาเป็นการตระหนักถึงหน้าที่ของพลเมืองไทยที่รักประเทศไทย จึงจำเป็นต้องทำบางอย่างซึ่งก็มีข้อครหา เรื่องความไม่เป็นกลาง และมีการคาดการว่าสิ่งที่จะเสนอจะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ทำให้ก่อนแถลงข่าวในครั้งนี้ ทั้ง 6 องค์กรได้มีการประชุมทบทวนแนวทางของ 4 กรอบการเจรจา และ 6 ขั้นตอนความสำเร็จ และใครจะเป็นคนกลางที่จะทำให้การเจรจาประสบความสำเร็จ

"ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า ทั้ง 6 องค์กรจะไม่เป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งหลัก ระหว่าง รัฐบาล และ กปปส. แต่จะมีหนังสือถึง นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำรัฐบาล และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯกปปส. ในวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) เพื่อให้แต่ละฝ่ายได้เสนอรายชื่อบุคคลที่แต่ละฝ่ายยอมรับและพร้อมให้เป็นคนกลาง ฝ่ายละ 10 คน เพื่อหารายชื่อที่ตรงกันไม่น้อยกล่าว 5 รายชื่อ มาทำหน้าที่คณะคนกลาง เพื่อวางกรอบการเจรจาและแผนความสำเร็จ ซึ่งอาจใช้กรอบการเจรจาเดิมที่ตั้งไว้เป็นแนวทาง หรือไม่ก็ได้ โดยนายโอกาส จะเป็นผู้ทำหน้าที่รวบรวมรายชื่อ ซึ่งทั้ง 6 องค์กรพร้อมที่จะสนับสนุนในประชุมของคณะคนกลาง หากต้องมีการใช้งบประมาณ ก็จะเป็นผู้เสนอขอต่องบประมาณ โดยกระบวนการเสนอชื่อคณะคนกลางอาจไม่สำเร็จได้ในครั้งเดียว โดยแต่ละฝ่ายอาจจะต้องเสนอรายชื่อคนกลาง 2-3 ครั้งกว่าจะได้ข้อสรุป แต่หากได้รับการตอบรับจากคู่ขัดแย้งของทั้ง 2 ฝ่ายก็เชื่อว่าน่าจะประสบความสำเร็จภายใน 1 เดือน"นายสมชัยกล่าว

"ตามแผนที่ความสำเร็จ 6 ขั้นตอน ตอนนี้เราได้ประกาศต่อสาธารณะเพื่อให้คู้ขัดแย้งมีการแจรจา ซึ่งสำคัญต้องร่วมกันกดดันให้เกิดการเจรจา ซึ่งเป็นขั้นที่1 และขั้นที่ 2 คือการให้มีคณะคนกลางที่ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับ ส่วน ขั้นตอนที่ 3-6 คือการรับฟังข้อเสนอของทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อสร้างข้อเสนอใหม่ที่ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับ การประสานเพื่อปรับข้อเสนอให้ 2 ฝ่ายเข้าใกล้กันมากที่สุด การจัดประชุมของผู้มีอำนาจสูงสุดของทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อสร้างข้อยุติ และการร่วมกันแถลงผลการเจรจาต่อสาธารณะนั้น ต้องให้คณะคนกลางเป็นผู้กำหนดและดำเนินการ 6 องค์กรตามรัฐธรรมนูญจะไม่เข้า และเชื่อว่ากระบวนการนี้จะทำให้สถานการณ์คลี่คลายมากที่สุด" นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย ยังกล่าวอีกว่า ทั้งนี้บุคคลที่ถูกเสนอมาเป็นคนกลางต้องเสียสละและพร้อมที่จะทำหน้าที่ โดยเป็นใครก็ได้ที่ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับซึ่งไม่ปิดกั้น ประมุขขององค์กร ของทั้ง 6 องค์กรตามรัฐธรรมนูญหรือผู้นำเหล่าทัพ หากมีการเสนอชื่อ แต่ทั้งนี้การทำงานของคณะคนกลางจะต้องเป็นไปอย่างเปิดเผยและอยู่ภายใต้การตรวจสอบของสาธารณะ และไม่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของทั้ง 2 ฝ่าย หรือเกี้ยเซี้ยกัน และต้องเป็นไปตามกฎหมายไม่สร้างเงื่อนไขโดยนำคดีต่างๆที่องค์กรอิสระกำลังพิจารณามาต่อรอง เช่น การพิจารณาคดีของ ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ยังคงดำเนินต่อไป กกต.เองก็ยังเดินหน้าจัดการเลือกตั้ง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย และเมื่อใดก็ตามหากการเจรจามีการไกล่เกลี่ยเงื่อนไขในคดีต่างๆ ขึ้น เราจะประกาศถอนตัวทันที

เมื่อถามว่า ข้อเสนอดังกล่าวถือเป็นการบีบให้นายกต้องลาออกเพื่อหานายกฯคนกลางใช่หรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า ข้อเสนอของทั้ง 6 องค์กร ไม่ได้พูดถึงเนื้อหา ไม่ได้พูดถึงนายกคนกลาง ไม่ได้พูดว่านายกฯต้องลาออก ไม่ได้พูดว่าต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง หรือเลือกตั้งก่อนปฏิรูป รวมถึงไม่ได้พูดว่า กปปส. ต้องยุติการชุมนุม แต่เราพูดแต่ถึงการสร้างกลไกการเจรจาเท่านั้น ซึ่งถ้าหากได้คณะคนกลางแล้วจะเสนออย่างไรเป็นเรื่องของคณะคนกลาง

"การเจรจาจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าทั้ง 2 ฝ่ายไม่ปรารถนาให้เกิดการเจรจา ถ้าไม่ปรารถนาก็ไม่สำเร็จ ซึ่งถ้าฝ่ายหนึ่งไม่เสนอรายชื่อมาก็เท่ากับว่าไม่สามารถหาคนกลางได้แล้วในประเทศนี้เราก็ไม่ทำแล้วทุกอย่างก็จะจบ ถึงตอนนั้นถ้าอยากทำสงครามก็ทำต่อไปอยากจะชนช้างทำยุทธหัตถีก็ทำกันไป วันนี้เราทอดบันไดลงให้ทั้ง 2 ฝ่ายแล้วท่านต้องรู้จักใช้บันไดลง แล้วทำสงครามชนช้างกันต่อ ความเสียหายของประเทศชาติที่จะเกิดขึ้นท่านต้องรับผิดชอบ" นายสมชัยกล่าว

เมื่อถามต่อว่า มีการกำหนดเงื่อนเวลาในการรอคำตอบของทั้ง 2 ฝ่ายเท่าใด นางผาณิต กล่าวว่า คิดว่าทั้ง 2 ฝ่ายคงรอฟังอยู่ถ้าจริงใจในการแก้ปัญหาด้วยการเจรจา ท่านคงคิดได้ตั้งแต่วันนี้ 7 วันก็ถือว่าช้าไปแล้ว ฉะนั้นถ้าตอบได้ภายใน 7 วันก่อเป็นการดี

เมื่อถามต่อว่าจะมีการเชิญคู่ขัดแย้งอย่าง นปช. หรือ คปท. ร่วมวงเจรจาด้วยหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า กระบวนการเจรจาในครั้งนี้จะไม่ขยายคู่ขัดแย้งเพราะประเด็นจะแตกออกไปมากในการเจรจาเราจะนำคู่ขัดแย้งหลักมาเจรจาเท่านั้น อีกทั้งเราไม่ได้มุ่งหวังว่าจะเกิดความสำเร็จ แต่คิดว่าหากมีความหวังแค่ 1 เปอร์เซ็นเราก็จะทำ

เมื่อถามว่า หากการเจรจาครั้งนี้ล้มเหลว จะให้องค์การสหประชาชาติ เข้ามาเป็นคนกลางในการเจรจาหรือไม่ นางอมรากล่าวว่า อย่าเพิ่งสิ้นหวังตั้งแต่ยังไม่ได้ทำ เราเชื่อว่าสังคมไทยพร้อมที่จะเป็นคนกลางในการเจรจา ไม่จำเป็นต้องดึงคนต่างชาติเข้ามาเจรจา