"ดีเอสไอ"สรุปสำนวนส่งอัยการสั่งฟ้อง"ศุภชัย"ยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน เผยไม่ฟ้องอดีตผู้ช่วยรมว.คลังอ้างหลักฐานไม่พอ
นายกิติก้อง คณาจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคดีฟอกเงินและยาเสพติด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น วงเงินกว่า 12,000 ล้านบาท ว่า นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ได้เซ็นคำสั่งฟ้องคดีดังกล่าวไปแล้วตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. โดยเป็นการสั่งฟ้องผู้ต้องหารวม 4 ราย ประกอบด้วย 1. นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 2. น.ส.ศรันยา มานหมัด อดีตรองผู้จัดการฝ่ายการเงิน 3. นายลภัส โสมคำ อดีตกรรมการสหกรณ์ และ 4. นายกฤษฎา มีบุญมาก อดีตหัวหน้าฝ่ายสินเชื่อ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 รายคือ นายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ ประธานบริษัท รัฐประชา และนายจิรเดช วรเพียรกุล อดีตผู้ช่วยรมว.กระทรวงการคลัง(นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง) นายธาริตมีคำสั่งไม่ฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าพยานหลักฐานยังไม่สามารถรับฟังได้ว่าเกี่ยวข้องกับการยักยอกทรัพย์ อีกทั้งจากการสอบสวนอดีตคณะกรรมการบริหารสหกรณ์ฯไม่ได้ให้การซัดทอดบุคคลทั้ง 2 ราย ทำให้พยานหลักฐานไม่เพียงพอในการยื่นฟ้องต่ออัยการ
ส่วนกรณีตรวจสอบพบว่ามีการนำเงินจำนวนมากที่ยักยอกไปบริจาคให้กับวัดพระธรรมกายนั้น นายกิติก้อง กล่าวว่า ผลการสอบสวนไม่สามารถเอาผิดทางอาญาหรือเรียกเงินคืนได้ เพราะเป็นการบริจาคเพื่อสาธารณะกุศล
สำหรับคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2556 นายปฎิพันธ์ จันทรภูติ อดีตที่ปรึกษาสหกรณ์ฯได้นำตัวแทนสมาชิกสหกรณ์ฯเข้าร้องทุกข์กับดีเอสไอเพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมนายศุภชัย กับพวก เนื่องจากพบการเบิกจ่ายเงินผิดปกติเข้าข่ายขัดกับข้อบังคับของสหกรณ์ระหว่างปี 2552-2555 โดยเหตุเกิดในช่วงที่นายศุภชัยดำรงตำแหน่งประธานสหกรณ์สมัยที่ 27 ต่อมามีการเข้าไปตรวจสอบเอกสารที่ทำการสหกรณ์พร้อมสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหากับนายศุภชัยและพวก พร้อมอายัดทรัพย์ส่วนหนึ่ง ซึ่งระหว่างที่ถูกดำเนินคดีอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์มีคำสั่งปลดคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯพ้นจากตำแหน่ง ทั้งนี้ ดีเอสไอใช้เวลาสอบสวนคดีนานกว่า 7 เดือนจึงมีคำสั่งฟ้องต่ออัยการไปเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา





