วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตือน'กลุ่มอาร์เคเค'ถล่มปัตตานี-นราฯ

" แหล่งข่าวทหาร" จากกอ.รมน.ภาค 4 สน. เตือนปัตตานี-นราฯ ระวังอาร์เคเคถล่ม ยิง-ระเบิด-บุก3ฐาน

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งเตือนเจ้าหน้าที่-ฐานปฏิบัติการ เพิ่มความระมัดระวัง หลัง 2 แกนนำอาร์เคเคระดับสั่งการ ประชุมสมาชิกวางแผนก่อเหตุในปัตตานี-นราธิวาส ตั้งแต่วันนี้-21 มี.ค. วางระเบิด-ซุ่มยิงจนท.-บุกฐานปฏิบัติการ ช่วงกลางคืน

แหล่งข่าวจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวของสมาชิกอาร์เคเค ระดับปฏิบัติการ 2 แกนนำที่ บ้านแคนา หมู่ 7 ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งเข้ามาหลบซ่อนตัวเพื่อประชุมวางแผนกำหนดเป้าหมายในการก่อเหตุวางระเบิดและซุ่มยิงเจ้าหน้าที่รัฐ

โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ปัตตานี 24 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี และฝ่ายปกครอง รวมทั้งชาวไทยพุทธ โดยพื้นที่เสี่ยงคือ ต.บางเขา ต.ตุยง อ.หนองจิก ตั้งแต่วันนี้ถึง 21 มี.ค.2557 โดยมีระดับแกนนำคือ นายซอมะ ยูโซะ อายุ 42 ปี นายมะยะโก๊ะ ลาเต๊ะ อายุ 35 ปี เรียกประชุมสมาชิกระดับปฏิบัติการรุ่นใหม่

ขณะที่นายอาฟันดี กาพา แกนนำอาร์เคเค ได้ประกอบระเบิดเพื่อให้แนวร่วมรุ่นใหม่นำไปวางดักสังหารชุดลาดตระเวนเส้นทางที่ ต.บือเระ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ส่วนที่ อ.รือเสาะ ใช้พื้นที่ บ้านเปาะลามะ หมู่ 4 ต.รือเสาะ ประชุมวางแผนเตรียมก่อเหตุ รวมทั้งนายอัมดัน แมเร๊าะ นายมาหามะ แมเร๊าะ แกนนำสั่งการเรียกประชุมสมาชิกหลังมัสยิด บ้าน บราแง หมู่ 3 ต.รือเสาะ

แหล่งข่าวกล่าวว่า แกนนำปฏิบัติการจำนวน 19 คน ได้นัดประชุมที่ บ้านลาโละ ต.ลาโละ อ.รือเสาะ เพื่อเตรียมบุกถล่มฐานปฏิบัติการทหารจำนวน 3 แห่ง เป้าหมายที่ต้องเฝ้าระวังคือที่ อ.รือเสาะ ได้แก่ ฐานบ้านลาโละ ฐานบ้านสโลว์ และฐานที่ตั้งอยู่ในวัดเขตรอยต่อ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ

ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองกำลังผสมในพื้นที่สุ่มเสี่ยงทั้ง จ.นราธิวาส และปัตตานี ได้สนธิกำลังอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยได้เพิ่มความเข้มในการออกลาดตระเวนตรวจสอบความเคลื่อนไหวรวมทั้ง รปภ.รอบฐานโดยเฉพาะช่วงกลางคืนซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนและสับเปลี่ยนเวรยาม

ที่จ.สงขลา เช้าวานนี้(16 มี.ค.) พ.ต.อ.ไพโรจน์ ทานธรรม ผบ.ฉก.ตชด.43 ได้สั่งการให้ร.ต.ต.สุริวงค์ สมทรง หัวหน้าชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปราม ตชด.43 สนธิกำลังกับชุดปฏิบัติการ7กก.สส.ภ.จว.สงขลา และกองกำกับการวิเคราะห์ขาว สส.บก.ภ.9 เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย4หลังในพื้นที่ ต.นาจะแหน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา

ประกอบด้วยบ้านเลขที่ 15/1 ม.3, 10/2 ม.2, 4/5 ม.2, 55/3 ม.3 ตามแผนปราบปรามภัยแซกซ้อนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของแม่ทัพภาค 4 แก้ปัญหาเยาวชนถูกชักจูงไปในทางที่ผิดทั้งยาเสพติดและความมั่นคง

โดยสามารถจับกุมเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยในระดับหมู่บ้านได้4คน ประกอบด้วย นายมานะ รามันเจะ อายุ 26ปี นายดนยา สาสุเลาะ อายุ25ปีนายมะใสมิง เบ็ญยุโสะ อายุ32ปีน.ส.ใยนุง ดอเลาะ อายุ30ปี ยึดของกลางทั้งใบกระท่อม น้ำต้มใบกระท่อม ยาแก้ไอ ซึ่งเป็นส่วนผสมของยาเสพติดสี่คูณร้อยรวมทั้งกัญชาอัดแท่ง ได้หลายรายการ โดยทั้งสี่คนยอมรับสารภาพลักลอบจำหน่ายยาแก้ไอและใบกระท่อมรวมทั้งกัญชาให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ต.นาจะแหน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สะบ้าย้อย ดำเนินคดี และยังคงเร่งสืบสวนตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในพื้นที่สี่อำเภอชายแดนสงขลาทั้ง จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย เพื่อตัดทอนกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยทุกชนิดตามหมู่บ้านต่างๆ ที่ยังคงระบาดอย่างหนัก และเป็นหนึ่งปัจจัยหลักที่นำไปสู่ปัญหาด้านความมั่นคง

ส่วนที่จ.ชุมพร เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.ท.เจริญพงษ์ ขันติโล สว.สทล.4 กก.2 ชุมพร สืบทราบว่าจะมีแก๊งยาเสพติดลักลอบขนยาบ้าส่งให้เอเย่นต์ในภาคใต้ผ่านเข้ามาในพื้นที่รับผิดชอบ จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.ณัฐวัฒน์ ดำจีน ร.ต.อ.ภาณุวัฒน์ โฉมยงค์ รอง สว.สทล.4 กก.2 ชุมพร ด.ต.วิมล แก้วชู ด.ต.พีรพล ศรีสกุล ด.ต.ชาตรี บุญอยู่ ผบ.หมู่ สทล.4 กก.2 ชุมพร นำกำลังพร้อมรถสายตรวจออกตั้งด่านตรวจสกัด

ขณะตั้งด่านตรวจสกัดที่บริเวณถนนเอเชีย 41 ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยีห้อโตโยต้า รุ่นวิช สีขาว ทะเบียน ญส.4232 กรุงเทพมหานคร เป็นรถเป้าหมายตามที่ได้รับรายงาน ขับมาช่องทางขาล่องใต้ จึงเข้าสกัดและเรียกให้หยุดเพื่อตรวจค้นโดยคนขับแสดงท่าที่มีพิรุธ ทราบชื่อ นายธีรพร หรือพร หลีกัง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 1 ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล

จากการตรวจค้นที่กระโปรงท้ายรถพบยาบ้าห่อด้วยกระดาษสีเหลืองพับทับด้วยพลาสติกอย่างดี จำนวน 50 ห่อ ภายในมียาบ้าห่อละ 2,000 เม็ด รวมทั้งหมด 100,000 เม็ด มูลค่าประมาณ 25 ล้านบาท(เม็ดละ 250 บาท) โดยยาบ้าทั้งหมดวางเรียงทับกับอยู่ในกระโปรงท้ายรถแล้วใช้กระดานปูพื้นทับอำพรางไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายธีรพรพร้อมของกลางยาบ้าไปสอบสวนขยายผล

จากการสอบสวนนายธีรพรให้การว่า ได้รับจ้างขนยาบ้ามาจากนายเจมส์ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ซึ่งได้โทรศัพท์เข้ามือถือให้ตนไปขับรถยนต์คันดังกล่าว โดยบอกว่าเป็นรถผิดกฎหมายสวมทะเบียนรถคันอื่น รถจอดอยู่บริเวณแยกลำสาลี กรุงเทพมหานคร รถคันดังกล่าวจะมีกุญแจซ่อนไว้ในช่องเก็บของหน้ารถ โดยให้ตนขับรถยนต์พร้อมไปส่งที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งใน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อไปถึงจะมีคนมารับขับไปอีกเอง พร้อมค่าจ้างจำนวน 20,000 บาท จนกระทั่งมาถูกตำรวจทางหลวงชุมพรจับกุมได้พร้อมของกลางยาบ้าในรถดังกล่าว