"พล.อ.ประยุทธ์"เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ติดตามแผนและรับมือกลุ่มก่อความไม่สงบเตรียมก่อเหตุร้ายป่วน
ที่สโมสรร่มเกล้า ภายในหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ภาคใต้ ค่ายจุฬาภรณ์ ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน.ราชอาณาจักร เดินทางพร้อมคณะ ได้แก่ พล.ท.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข รอง เสธ.ทบ. พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผช.เสธ.ทบ.ฝ่ายยุทธการ โดยการเดินทางลงพื้นที่ จ.นราธิวาสในครั้งนี้ของ ผบ.ทบ.และคณะเป็นการมาตรวจเยี่ยมและติดตามผลการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยในพื้นที่ จชต.ในห้วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เป็นผู้บรรยายสรุปภาพรวมของสถานการณ์ในพื้นที่ รวมทั้งผลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่กองกำลัง 3 ฝ่ายภายใต้กรอบนโยบายของ กอ.รมน.ราชอาณาจักรและ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ทั้งแผนการปฏิบัติเชิงรุกเพื่อกดดันไล่ล่ากลุ่มก่อเหตุรุนแรงรวมทั้งแผนการสร้างมวลชนกับชาวบ้านในพื้นที่เพื่อเป็นรากฐานในการนำไปสู่ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อนำความสงบสุขกลับคืนมาในพื้นที่ 3 จชต.
แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สรุปข้อมูลล่าสุดในห้วงเดือน ม.ค.-ก.พ.57 พบว่าในพื้นที่ 3 จชต.และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา เกิดเหตุระเบิด 86 ครั้ง ยิง 83 ครั้ง แขวนป้ายผ้า 122 ครั้ง วางเพลิง 14 ครั้ง โจมตีที่ตั้ง 2 ครั้ง ซึ่ง จ.นราธิวาสเกิดเหตุระเบิดมากที่สุดจำนวน 36 ครั้ง รองลงมาคือ จ.ยะลา 17 ครั้ง ขณะที่เหตุยิง จ.ปัตตานีมากที่สุดจำนวน 46 ครั้ง รองลงมาคือ จ.นราธิวาส 38 ครั้ง วางเพลิง จ.ยะลามากที่สุด 7 ครั้ง
รองลงมาคือปัตตานีและนราธิวาส จังหวัดละ 3 ครั้ง ส่วนการปิดล้อมตรวจค้นก่อนปะทะ จ.นราธิวาสมากที่สุดรวม 6 ครั้ง ยะลา 1 ครั้ง ทำให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงบาดเจ็บ 1 รายและเสียชีวิต 3 ราย ขณะที่สถิติผู้สูญเสียตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-14 มี.ค.57 ผู้บาดเจ็บรวม 154 ราย ผู้เสียชีวิตรวม 136 ราย โดยประชาชนตกเป็นเหยื่อมากที่สุด 143 ราย รองลงมาคือทหาร 66 รายและตำรวจ 37 ราย ส่วนพระสงฆ์มรณภาพ 2 รูปและผู้นำศาสนาเสียชีวิต 2 ราย





