ประธานสภาเกษตรฯ วอนทุกฝ่ายอย่าอาศัยชาวนาเป็นเกมต่อรองทางการเมือง ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาจำนำข้าวล่าช้า
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวถึงความล่าช้าของเงินโครงการรับจำนำข้าวว่าทางสภาเกษตรฯดำเนินการช่วยเหลือชาวนาใน 2 เรื่อง คือ หากว่าชาวนามีความประสงค์จะฟ้องร้องในโครงการนี้ หน้าที่ของสภาเกษตรฯทุกจังหวัดก็จะรวบรวมข้อมูลประสานกับสภาทนายความในพื้นที่ในทุกจังหวัดให้และได้ดำเนินการแล้วในหลายพื้นที่ และได้กระตุ้นให้ทางรัฐบาลดำเนินการให้โดยเร็วที่สุด ทั้งเข้าพบรัฐบาลโดยมีการเจรจาต่อรอง เสนอแนวทางหาแหล่งเงินมาให้ชาวนา
ทั้งนี้ทางสภาเกษตรกรฯคงรอรัฐบาลชุดใหม่เพื่อที่จะเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรและชาวนาทั้งระบบให้ดีขึ้นกว่าโครงการรับจำนำข้าวเพียงอย่างเดียว เช่น จะเสนอในเรื่องที่ว่าจะทำอย่างไรให้ชาวนาได้ปรับตัวมีการพัฒนาข้าวให้ดีขึ้น โดยนำประเทศคู่แข่งมาเทียบเคียงและต้องกระตุ้นให้ชาวนาทั่วประเทศปรับตัวให้ได้โดยเร็วต่อการแข่งขันในตลาดและด้านอื่นๆด้วย
นายประพัฒน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสภาเกษตรกรฯทำหน้าที่เป็นตัวแทนชาวนาในทุกเรื่อง เช่น โครงการรับจำนำข้าว ทางสภาเกษตรฯเป็นตัวแทนชาวนาในสถานที่รับจำนำข้าวทุกจุดเพื่อตรวจสอบดูแลขั้นตอนการรับจำนำให้โปร่งใสให้มีการทุจริตการจำนำข้าวให้น้อยที่สุด และเป็นตัวแทนชาวนาในการเจรจาต่อรองกับรัฐบาลในทุกเรื่องเพื่อผลประโยชน์ของชาวนาโดยเฉพาะทางสภาเกษตรฯจะไม่มีประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่มีเรื่องการขับไล่รัฐบาลขับไล่นายกฯมาเกี่ยวข้อง ซึ่งทางกลุ่มสภาเกษตรฯจะไม่ก้าวข้ามไปในเรื่องการเมือง จะเรียกร้องผลประโยชน์ให้ชาวนาเพียงอย่างเดียว หากกลุ่มชาวนาอื่นๆก้าวข้ามไปเรื่องการเมือง เรื่องขับไล่รัฐบาลขับไล่นายกฯหรือเรื่อง กปปส. ทางกลุ่มสภาเกษตรฯจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย
"ต้องขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนอย่านำเรื่องของชาวนามาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ต้องการให้นำเรื่องการเมืองออกไปจากเรื่องความเดือดร้อนของชาวนา และอยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาของชาวนาอย่างตรงไปตรงมาด้วย และทุกภาคส่วนทุกฝ่ายอย่าอาศัยชาวนาเป็นเกมส์ต่อรองทางการเมืองซึ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาล่าช้าไปอีก" นายประพัฒน์ กล่าว
สำหรับเงินค้างจ่ายโครงการรับจำนำข้าวอีกกว่า 1 แสนล้านบาทนั้น นายประพัฒน์ กล่าวว่า ช่วงนี้ก็เริ่มที่จะลดลงบ้างแล้วเนื่องจากรัฐบาลได้โอนเงินทยอยจ่ายช่วยเหลือชาวนาแล้วในหลายพื้นที่ สำหรับเงินที่รัฐบาลยืมมาจาก กกต.จำนวน 20,000 ล้านบาทนั้น หากรัฐบาลทยอยเบิกจ่าย ทางสภาเกษตรฯจะดำเนินการติดตามประเมินว่าเงินจะตกถึงมือชาวนาอย่างไรบ้าง และจะมีปัญหาอะไรตามมาหรือไม่ และหลังจากนั้นจะติดตามว่าภายหลังจากเงิน 20,000 ล้านหมดแล้ว รัฐบาลจะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไรต่อไป ทั้งนี้ทางสภาเกษตรฯไม่ใช่หน่วยงานเชิงปฏิบัติการจึงไม่มีหน้าที่เข้าไปแก้ไขปัญหาโดยตรง เพียงแต่ทำหน้าที่เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ไขปัญหาให้ชาวนาโดยเร็ว และสิ่งที่สำคัญที่สภาเกษตรฯจะดำเนินการต่อไป คือ การแก้ไขปัญหาให้ชาวนาและวางแนวทางในระยะยาวเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่ต่อไป





