"..หากมองคอนเนกชั่นการเมือง"แรมโบ้อีสาน-ขวัญชัย-เวียง" ก็หนีไม่พ้นคนหลังฉากองค์กร"อพปช."คือผู้มากบารมีแห่ง"บ้านริมคลอง".."
วาทกรรม "แยกประเทศ" กลายเป็นประเด็นร้อน ที่ฝ่าย กปปส.หยิบยกมาโจมตี "กลุ่มคนเสื้อแดง" และพรรคเพื่อไทย อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด กปปส.จังหวัดนครราชสีมา ได้จัดประชุมกลุ่มแกนนำ กปปส. 20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในหัวข้อ "อีสานหลากสี" เพื่อแสดงจุดยืนและยืนยันว่าในพื้นที่ภาคอีสานไม่ใช่พื้นที่สีแดงเพียงสีเดียว แต่เป็นพื้นที่ของทุกคนและทุกสี
ที่สำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครที่คิดจะเข้ามาแบ่งแยกดินแดน และขอให้กลุ่ม กปปส.ทุกจังหวัด ปกป้องประชาธิปไตย และประเทศชาติที่ไม่สามารถแบ่งแยกได้
การเคลื่อนไหวของ กปปส.อีสานในครั้งนี้ น่าจะมีเป้าหมายอยู่องค์กรใหม่ป้ายแดง "กลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ" (อพปช.) ที่กำลังมาแรงในพื้นที่ภาคอีสาน
กลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ (อพปช.) เป็นองค์กรที่ "แรมโบ้อีสาน" สุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ออกแบบขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับ กปปส. และต่อต้านการยึดอำนาจรัฐประหาร โดยเปิดรับอาสาสมัครชาย-หญิง อายุ 18 ปี ขึ้นไป พร้อมที่จะปกป้องชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
นอกจาก "แรมโบ้สุภรณ์" ที่รับตำแหน่งประธาน อพปช.แล้ว ก็ยังมีคู่คิดอย่าง "ขวัญชัย ไพรพนา" มานั่งในตำแหน่งที่ปรึกษา
"ขวัญชัย" มอบหมายให้ "ดีเจก้อง" แห่งชมรมคนรักอุดร เปิดรับสมัครการ์ดอาสา ตามแนวทางของ อพปช. และให้ อดิศร วัฒนบุตร เลขาธิการชมรมคนรักภาคอีสาน 20 จังหวัด(แดงสายขวัญชัย) ประเดิมรับสมัครสมาชิก อพปช.ที่มหาสารคาม เป็นจังหวัดแรกในภาคอีสาน
แถม เวียง วรเชษฐ์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ก็มาร่วมงานในฐานะวิทยากร อพปช. จึงทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า ใครอยู่เบื้องหลัง อพปช.?
หากมองคอนเนกชั่นการเมืองของ "แรมโบ้อีสาน-ขวัญชัย-เวียง" ก็หนีไม่พ้นคนที่อยู่หลังฉากองค์กร "อพปช." คือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้มากบารมีแห่ง "บ้านริมคลอง"
ว่ากันว่า อพปช.ถือกำเนิดขึ้นมา เพื่อถ่วงดุล นปช.ของ "ตู่ จตุพร" ซึ่งมีนักการเมืองระดับ "บิ๊กเนม" พรรคเพื่อไทย(ไม่ใช่นายใหญ่) ให้การสนับสนุนอยู่
แหล่งข่าวในสายแดงอิสระ กล่าวว่า "นายใหญ่" ไม่ได้หนุนเสื้อแดงกลุ่มต่างๆ โดยตรง หากแต่มี "นักการเมือง" ในพรรคเพื่อไทย ที่ต่างฝ่ายต่างแยกกันให้การหนุนช่วย เพื่อเอาคนเสื้อแดงมาเป็นฐาน
ขณะที่ "แดงเพื่อไทย" กำลังแย่งชิงการนำในขบวนการคนเสื้อแดง ก็มีกลุ่มชาวนาแดงปักแผ่นป้ายในพื้นที่ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ประกาศเจตนารมณ์ "ปฏิญญากาฬสินธุ์" ต่อผืนแผ่นดินไทย
"1.ขอปกป้องการปกครองในระบอบประชาธิปไตยทุกวิถีทาง เพื่อสิทธิเสรีภาพ ที่เท่าเทียมกัน โดยแม้ต้องจับอาวุธเข้าต่อสู้
2.ขอปกป้องรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อบังคับใช้กฎหมายตามหลักนิติธรรม นิติรัฐ อย่างเท่าเทียม
3.ขอประกาศเป็นศัตรูเหล่าอำมาตย์ ที่ต้องการล้มล้าง ระบอบประชาธิปไตย
4.ขอปกป้องคนในตระกูล "ชินวัตร" ด้วยชีวิต มิให้ถูกกลั่นแกล้งและกระทำอย่างไม่เป็นธรรม
เพื่อดำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรมและความยุติธรรมในแผ่นดินไทย ประกาศ ณ วันที่ 5 มีนาคม 2557"
มิเพียงเท่านั้น พวกเขาทำคลิป "ชาวบ้านอ่านปฏิญญากาฬสินธุ์" อัพขึ้นยูทูบ เหมือนกับเหตุการณ์ที่มี "กลุ่ม ผรท.เพื่อประชาธิปไตย" อ่านแถลงการณ์ ณ อนุสรณ์สถานนักรบประชาชนฯ ที่มุกดาหาร เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
ไม่ว่าจะชื่อ "กลุ่ม ผรท.เพื่อประชาธิปไตย" หรือ "กลุ่มปฏิญญากาฬสินธุ์" ก็เป็นการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มเดียวกัน ที่รู้จักกันในนาม "แดงอุดมการณ์" ที่มีแนวคิดแนวทางต่างจาก "แดงทักษิณ"
การประกาศ "ขอปกป้องคนในตระกูล "ชินวัตร" ด้วยชีวิต" เป็นคำขวัญเชิงยุทธวิธี เพื่อบรรลุยุทธศาสตร์ "ประสานทุนใหม่ โค่นอำมาตยาธิปไตย"
ขณะที่ "แดงทักษิณ" เป็นกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็น นปช., อพปช., ชมรมคนรักภาคอีสาน 20 จังหวัด ฯลฯ
กล่าวอย่างถึงที่สุด แดง นปช. หรือแดง อพปช. ก็คือกลุ่มก้อนทางการเมืองนอกสภา ที่เคลื่อนไหวคู่ขนานไปกับพรรคเพื่อไทย มีเป้าหมายคือการเข้าสู่การเมืองผ่านระบบเลือกตั้ง
สำหรับ "แดงอุดมการณ์" ใน พ.ศ.นี้ มีการจัดตั้งพรรคใหม่ "พรรคประชาธิปไตยประชาชนไทย" (พปท.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อดีตสมาชิก พคท.รวมถึง "กลุ่มแดงอิสระ" ได้จัดการประชุมสมัชชาผู้แทนทั่วประเทศครั้งที่ 1 ของพรรคประชาธิปไตยประชาชนไทย (พปท.) ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2557
ปรากฏว่า มีผู้แทนจากทั่วทุกภาคของประเทศ เข้าร่วมประชุม และที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับการวิเคราะห์ลักษณะสังคมไทยว่าเป็น "สังคมทุนนิยมที่มีกลุ่มทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ และอิทธิพลจักรวรรดินิยมอเมริกาครอบงำอยู่"
ลักษณะของการปฏิวัติ จึงยังอยู่ในบริบทของ "การปฏิวัติประชาธิปไตยชนชั้นนายทุน"
จากปรากฏการณ์แดงใหม่ทั้งสององค์กรข้างต้น สะท้อนความแตกต่างระหว่าง "แดงอุดมการณ์" กับ "แดงนักเลือกตั้ง" ที่มีเป้าหมายต่างกันอย่างสิ้นเชิง





