เลขาฯสมช. แย้มชงครม."เลิก-ไม่ต่ออายุ"พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แจง 3 เหตุผล"ม็อบลดระดับ-ติดคำสั่งศาลแพ่ง-ภาคธุรกิจร้อง" หันใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงแทน
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งหน้า จะเสนอ ครม.ให้พิจารณายกเลิกหรือไม่ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร และบางส่วนของจังหวัดปริมณฑล ซึ่งจะสิ้นสุดระยะเวลาตามประกาศในวันที่ 22 มี.ค.นี้ โดยการประชุม ครม.ครั้งต่อไปคาดว่าจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 18 มี.ค.
รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดนนทบุรี ทั้งจังหวัด รวมทั้ง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2557 ระยะเวลา 60 วัน
วัตถุประสงค์สำคัญของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็เพื่อใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษควบคุมการชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ซึ่งเปิดปฏิบัติการ "ชัตดาวน์ แบงค็อก" ด้วยการตั้งเวทีปิดสี่แยกสำคัญหลายแห่งในกรุงเทพฯ และเดินขบวนไปปิดสถานที่ราชการต่างๆ อย่างไรก็ดี เมื่อ กปปส.ได้ลดระดับการชุมนุมลง ด้วยการยุบเวทีเหลือเพียงแห่งเดียวภายในสวนลุมพินี ทำให้หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าน่าจะยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของประเทศต่อสายตานานาชาติ อันจะเป็นผลบวกต่อการท่องเที่ยวและการลงทุน
พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เหตุผลสำคัญของการเสนอยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่จะเสนอประกอบการพิจารณาของ ครม.มี 3 ข้อ คือ 1.ผู้ชุมนุมได้ยุบเวทีให้เหลือน้อยลง ทำให้สถานการณ์ด้านความมั่นคงในภาพรวมดีขึ้น 2.คำสั่งศาลแพ่งที่ห้ามศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ออกประกาศหรือคำสั่งอันเป็นการจำกัดสิทธิผู้ชุมนุมถึง 9 ข้อ 9 ประการ ทำให้ไม่สามารถใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้อย่างเต็มศักยภาพ และ 3.เป็นไปตามข้อเรียกร้องของ 7 องค์กรภาคธุรกิจเอกชน
"เมื่อเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้ว เราก็จะเสนอให้ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง (พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551) ทดแทนทันทีในพื้นที่เดิม เพื่อดูแลสถานการณ์ต่อไป และคิดว่าถ้าเงื่อนไขการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังติดคำสั่งศาลแพ่งอยู่แบบนี้ การใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง น่าจะดีกว่า เพราะยังออกมาตรการห้ามเข้าหรือออกจากอาคารสถานที่ ห้ามใช้เส้นทางการจราจร และห้ามเคลื่อนย้ายอาวุธได้ เพียงแต่จุดอ่อนคือกฎหมายไม่คุ้มครองพนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติเท่านั้นเอง" เลขาธิการ สมช.ระบุ
ด้าน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการ ศรส. แถลงผลการประชุม ศรส.เมื่อวานนี้ (13 มี.ค.) ว่า ที่ประชุมได้มีการสอบถามความเห็นในประเด็นการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ไม่ได้มีมติ ส่วนใหญ่มีความเห็นว่าไม่ควรต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่กำลังจะสิ้นสุดในวันที่ 22 มี.ค. นี้ เพียงพอสมควรแก่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ควรลดระดับความเข้มข้นของกฎหมายลงไปเป็นการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง น่าจะเหมาะสมกว่า
ฉะนั้น นับจากนี้ไป ศรส.จะแถลงข่าวเฉพาะกรณีจำเป็นเท่านั้น โดย ศรส.จะงดประชุมเป็นเวลา 3 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 14-16 มี.ค. และจะกลับประชุมอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 17 มี.ค.
อย่างไรก็ดี ที่ประชุม ศรส.ได้พูดคุยกันมากถึงสิ่งที่ต่อเนื่องจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั่นคือการดำเนินคดีซึ่งหยุดไม่ได้ โดยเฉพาะข้อหากบฏที่ขณะนี้มีผู้ร่วมกระทำความผิด 58 คน และคดีฐานขัดขวางการเลือกตั้งที่มีผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดสูงถึง 371 คดี ผู้กระทำผิดส่วนหนึ่งทับซ้อนกับผู้กระทำผิดข้อหากบฏ สิ่งเหล่านี้หยุดไม่ได้ แม้จะเปลี่ยนแปลงจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็น พ.ร.บ.ความมั่นคง ก็ตาม
นอกจากนี้ ยังมีการวิเคราะห์ของกองบัญชาการตำรวจสันติบาล และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ว่า การที่แกนนำ กปปส.เข้าไปอยู่ในสวนลุมพินี และมีการจัดเวทีเชิงวิชาการรายวัน เห็นว่าแกนนำพยายามนำกิจกรรมส่วนนี้มาใช้ในการต่อสู้คดี ให้เห็นว่าที่ถูกดำเนินคดีในข้อหากบฏและขัดขวางการเลือกตั้งนั้น แท้ที่จริงต้องการให้มีการปฏิรูป แต่จะเห็นว่าไม่มีความชัดเจน และไม่ได้รับการมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นข้อผิดปกติว่าเหตุใดจึงไม่ทำในระดับประเทศ





