"ชัชชาติ" โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้ พ.ร.บ. 2 ล้านล้านจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ย้ำไม่ใช่ พ.ร.บ.โกง
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ในวันที่ 12 มีนาคม ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม 2 ล้านล้านบาท ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
รมว.คมนาคม ระบุว่าในการดำเนินการเรื่องนี้ต่อนั้น เป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดใหม่ แต่สรุปประเด็นต่างๆ และต้องการชี้แจงในส่วนที่ประเด็นเกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม
กรณี พ.ร.บ.นี้คืออะไร รมว.คมนาคม ชี้แจงว่าเป็น พ.ร.บ.ที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังในการกู้เงินเพื่อมาใช้ลงทุนในโครงการก่อสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ทั้งระบบรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ท่าเรือ ถนน 4 เลน มอเตอร์เวย์ ด่านศุลกากร สถานีขนส่งสินค้า ในวงเงินไม่เกิน 2 ล้านล้านบาท ภายในระยะเวลา 7 ปี (ไม่ใช่การอนุมัติโครงการ เป็นการเตรียมกรอบวงเงินไว้)
ส่วนประเด็นทำไมไม่ใช้ พ.ร.บ.งบประมาณปกติ เพราะการทำโครงการขนาดใหญ่ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายสีแดง สีเขียว สีม่วง ก็ไม่ได้ใช้ พ.ร.บ.งบประมาณ ในการดำเนินการ แต่จะใช้เงินจากแหล่งเงินกู้ และทยอยจ่ายคืนเงินกู้ผ่านงบประมาณรายปี การออกเป็น พ.ร.บ.ต่างหากทำให้เกิดความมั่นใจว่าโครงการที่สำคัญนี้จะมีแหล่งเงินที่เพียงพอในการดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด และไม่เกิดความล่าช้าเหมือนหลายๆ โครงการที่มีการอนุมัติมาหลายสิบปีแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ
ประเด็นต้องเป็นหนี้กันมากกว่า 50 ปี การทยอยจ่ายคืนเงินกู้เป็นเรื่องปกติ หลายๆ โครงการในทุกรัฐบาลที่ผ่านมาก็ทยอยจ่ายคืนเงินกู้ตามระยะเวลาที่เหมาะสม (แต่ไม่มีใครพูดถึง) ประเด็นที่สำคัญไม่ใช่ระยะเวลาการจ่ายคืนหนี้ แต่เป็นเรื่องผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของโครงการที่ต้องคุ้มค่ากับการลงทุน
ประเด็นที่กล่าวว่าโครงการไม่มีความพร้อม ไม่มีการศึกษาความเป็นไปได้ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่คุ้มทุน ยืนยันว่าทุกโครงการต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาความเป็นไปได้ ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ EIA, HIA การทำประชาพิจารณ์ และต้องมีการพิจารณาจาก กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเสนอต่อ ครม. เพื่ออนุมัติเป็นรายโครงการ
ส่วนข้อกล่าวหาว่ากู้มาโกง อยากชี้แจงว่าการดำเนินการโครงการต้องดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเคร่งครัด ตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ ทั้ง สตง. ป.ป.ช. ตามปกติเหมือนๆ กับทุกโครงการ นอกจากนี้ยังมีการหารือกับภาคเอกชนเพื่อจะเข้ามาร่วมตรวจสอบการดำเนินโครงการด้วย ถ้ากังวลเรื่องโกง ทางออกไม่ใช่การหยุดทำโครงการต่างๆ เพราะกลัวโกง แต่ทางออกคือต้องมาร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชนในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
และการออก พ.ร.บ.นี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบโดยรัฐสภาหรือไม่นั้น พ.ร.บ.นี้ ผ่านการพิจารณาของทั้งสองสภาตามขั้นตอน ในการดำเนินการต้องทำรายงานเสนอรัฐสภาทุกปี และสภาเองก็สามารถตรวจสอบการดำเนินการผ่านช่องทางของคณะกรรมาธิการต่างๆ การตั้งกระทู้ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้ในการตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลตามปกติอยู่แล้ว
ส่วนความเห็นว่าการดำเนินการไม่เป็นไปตามนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง นายชัชชาติ ระบุว่า กรอบวงเงินที่เสนอใน พ.ร.บ.นี้ กระทรวงการคลังได้พิจารณาแล้วว่า เป็นกรอบวงเงินที่เหมาะสมกับสภาพวินัยทางการคลังของประเทศ ไม่เกินตัว แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้หมายความว่าเราต้องนั่งรถเมล์ไปตลอดชีวิต โดยไม่ให้สร้างรถไฟฟ้าได้ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ดีจะช่วยให้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมีความเข้มแข็งขึ้น เพราะโอกาสจะกระจายลงสู่ชนบทมากขึ้น ต้นทุนการขนส่งลดลง สินค้ากระจายจากครัวเรือนสู่ตลาดได้สะดวกขึ้น ประชาชนมีโอกาสมากขึ้น
ส่วนประเด็นรถไฟความเร็วสูงมีต่างชาติเคยจะเสนอมาก่อสร้างให้ โดยไทยไม่ต้องเสียเงินเลย ทำไมต้องกู้มาสร้าง ชัชชาติระบุว่าของฟรีไม่มีในโลก ผมเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีประเทศไหนมาก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงให้เราฟรีๆ เท่าที่ผมศึกษาเอกสาร เคยมีแนวคิดในการจะตั้งบริษัทร่วมทุนไทย (51%) ต่างชาติ (49%) โดยให้บริษัทนี้มีสิทธิ์พัฒนาที่ดินของรถไฟทั้งหมดตามแนวเส้นทาง (หลายหมื่นไร่) รวมทั้งได้สิทธิ์ในการเดินรถ การขายเครื่องจักรอุปกรณ์ การรับเหมาก่อสร้าง ผมว่าเป็นเงื่อนไขที่ไทยเสียเปรียบ และไม่ควรดำเนินการต่อ ส่วนใครจะเห็นว่าควรทำ ก็แล้วแต่แนวคิดของแต่ละคน
พ.ร.บ.สร้างอนาคตไทยนี้ผ่านหรือไม่ผ่าน ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลใหม่จะเป็นผู้ดำเนินการโครงการต่างๆ ต่อไป การไม่เห็นด้วย คัดค้าน หรือแสดงความเห็น ข้อกังวลเกี่ยวกับ พ.ร.บ.นี้เป็นสิ่งที่ดี และรัฐบาลใหม่ควรนำไปปรับปรุงในขั้นตอนการดำเนินโครงการ แต่ขอให้ความเห็นต่างๆ อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง อย่าอยู่บนพื้นฐานของความเกลียดชัง อคติ การสร้างความกลัว เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่การเมือง แต่คืออนาคตของประเทศ





