วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พท.ฟ้องกกต.-ชี้ผู้ตรวจฯไร้อำนาจส่งศาลรธน.

“เพื่อไทย” อัดผู้ตรวจการแผ่นดินไร้อำนาจส่งศาลรธน.วินิจฉัยเลือกตั้ง เผยฟ้องกกต.ข้อหาละเว้นที่ปฏิบัติหน้าที่

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ระบุถึงผลการหารือระหว่างกกต.กับเจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งที่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่มีข้อสรุปไม่ต้องการให้เลือกตั้ง ส.ส.และส.ว.ในวันเดียวกันว่า รู้สึกแปลกใจ เพราะหลายฝ่ายต้องการให้เลือกตั้ง เพื่อแก้สุญญากาศทางการเมือง หาก กกต.ดำเนินการเลือกตั้งนานเกินไปจะเกิดปัญหาการบริหารราชการแผ่นดิน ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว กกต.ควรสั่งให้เลือกตั้งเร็วที่สุด

"ขอให้ทบทวนข้อเสนอจากการประชุมที่ จ.สงขลา ควรให้มีเลือกตั้ง ส.ส.พร้อมกับการเลือกตั้ง ส.ว.ในวันที่ 30 มี.ค.จะช่วยประหยัดงบประมาณ และแก้ปัญหาขัดขวางการเลือกตั้งจากกลุ่มกปปส.ได้ เพราะผู้สมัคร ส.ว.ภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นญาติพี่น้องนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัครบางส่วนเป็นแกนนำกปปส. ที่ผ่านมามีคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 366 คดี แต่แปลกใจว่า เหตุใด กกต.ไม่ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเอาผิดนายสุเทพกับพวก ข้อหาขัดขวางการเลือกตั้ง ดังนั้น ในวันที่ 10 มี.ค.พรรคเพื่อไทยจะไปแจ้งความต่อกองปราบปรามเอาผิด กกต. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่"

อัด"ผู้ตรวจการ"ไร้อำนาจส่งศาลรธน.

ส่วนกรณีที่ นายกิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะนั้น นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า นายกิตติพงศ์มีความเชื่อมโยงกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล โดยมีความเห็นต่างกับรัฐบาลมาตลอด

ทั้งนี้ การที่ผู้ตรวจการแผ่นดินอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (1) ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เป็นโมฆะหรือไม่นั้น ไม่สามารถทำได้ เพราะมาตรา 245 (1) ระบุว่า การที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยทำได้กรณีเดียว คือ กรณีมีบทบัญญัติใดขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่กรณีการฟ้องเลือกตั้งเป็นโมฆะ ไม่ใช่การขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงไม่มีอำนาจส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้ กกต.ชะลอการเลือกตั้งออกไปก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาการเลือกตั้งเป็นโมฆะเสร็จนั้น อยากให้ไปเรียกร้องให้นายสุเทพหยุดขัดขวางการเลือกตั้งดีกว่า ถ้าการเลือกตั้งเป็นโมฆะต้องถามว่า ใครเป็นต้นเหตุให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีความสุจริตใจจริง ควรใช้มติพรรคขับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และอดีต 8 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นแกนนำ กปปส.ออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าไม่กล้าแสดงว่าปกป้องพวกเดียวกัน เล่นการเมืองสองหน้า

"นพดล"วอนศาลรธน.อย่ารับคำร้อง

วันเดียวกัน นายนพดล ปัทมะ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีแนวคิดว่าจะมีการเลือกตั้งใน 3 จังหวัดภาคใต้ในวันที่ 5 เม.ย. และ 6 จังหวัดภาคใต้ในวันที่ 27 เม.ย.ว่า รู้สึกนานเกินไป เพราะขณะนี้สถานการณ์เป็นปกติ อยากเห็น กกต.เพิ่มความมุ่งมั่นและพยายามให้จัดการเลือกตั้งให้เสร็จโดยเร็ว เพราะประเทศต้องมีรัฐบาลใหม่ เพื่อเข้ามาบริหารประเทศ และอนุมัติงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

"การปล่อยการเลือกตั้งไปอีกเกือบ 2 เดือน ถือว่าทำให้ประเทศถูกเว้นวรรคนานเกินไป ทั้งนี้ กกต.จัดการเลือกตั้งสำเร็จไปแล้ว 332 เขต ซึ่งเท่ากับ 88.53% ตอนนี้เหลือเพียง 43 เขต หรือ 11.47% ผมจึงเรียกร้องให้ กกต.เห็นแก่ประเทศ จัดการเลือกตั้งให้เสร็จ"

นายนพดล กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่คณะผู้ตรวจการแผ่นดินจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 245 (1) เพราะมาตรานี้ เปิดช่องให้เฉพาะการยื่นเรื่องให้ศาลตัดสินว่า กฎหมายใดขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่เท่านั้น การจัดการเลือกตั้งเป็นการกระทำ ไม่ใช่กฎหมาย ผู้ตรวจการฯจึงไม่สามารถใช้มาตรานี้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ และถ้าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินอย่างเที่ยงธรรมคงไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการในครั้งนี้

กกต.ส่อไม่จัดหย่อนบัตรวันเดียวกัน

ที่โรงแรมโนโวเทล อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายประวิช รัตนเพียร กกต. ด้านกิจการการมีส่วนร่วม กล่าวแสดงความคิดเห็นกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะหรือไม่ ว่า กกต.ไม่ได้กังวลว่าจะถูกร้องว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ กกต.ทำงานเต็มที่ และไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมาทางใด กกต.พร้อมจะดำเนินการตาม

ส่วนที่เรียกร้องให้จัดลงคะแนน ส.ส. ทดแทนส่วนที่เหลือในวันเดียวกันกับการเลือกตั้ง ส.ว.นั้น ต้องขอฟังการประเมินในที่ประชุม กกต.วันที่ 11 มี.ค. แต่ส่วนตัวมองว่า ข้อมูลในพื้นที่มีน้ำหนักมากพอในการพิจารณา แต่ยอมรับว่า กกต.ยังมีความเห็นต่างกันในประเด็นดังกล่าว

นอกจากนี้ นายประวิชยังกล่าวถึงการรับสมัคร ส.ว. ที่ปิดรับสมัครเมื่อวานนี้ว่า หากเปรียบเทียบจำนวนผู้สมัคร ในปีนี้จะพบว่า มีผู้สมัครจำนวนน้อยกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2551 ร้อยละ 10 แต่ในทุกจังหวัดมีตัวเลือกให้ประชาชนในการเลือกตั้งอย่างมีเสรีภาพ

ทั้งนี้การมีผู้สมัครน้อยนั้น ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมือง แม้จะมีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุที่ผู้สมัครน้อย เพราะกลัวการเลือกตั้ง ส.ว.สะดุด เหมือนการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งกระบวนการเลือกตั้ง ส.ว. จนถึงวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยทั้งในเรื่องของ อุปกรณ์ สถานที่และกรรมการประจำหน่วย และเชื่อว่า การเลือกตั้ง ส.ว.ในครั้งนี้ จะไม่ถูกขัดขวาง โดยมั่นใจว่าวันที่ 30 มี.ค. ประชาชนจะออกมาใช้สิทธิ์อย่างเต็มที่ไม่น้อยกว่า 70% เนื่องจากการเลือกตั้ง ส.ว. เมื่อปี 2551 มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ 56% และการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อปี 2554 มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ 75%