เพื่อไทย ยัน รธน.50 ไม่เปิดช่องให้ "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" ร้องศาลรธน.ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ชี้ ต้องส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง
ที่พรรคเพื่อไทย นายคณิน บุญสุวรรณ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรค แถลงถึงกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องของนายกิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะว่า ไม่ทราบว่านายกิตติพงศ์ร้องในฐานะอะไร เพราะการเลือกตั้งเป็นกระบวนการระดับชาติ ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ตนมองไม่เห็นว่านายกิตติพงศ์เอาอะไรมาร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
และหากศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะจริง ผลที่ตามมาคือรัฐบาลต้องออกพ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่ และต้องใช้เงินถึง 3,800 ล้านบาทเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งอีกครั้ง อยากถามว่าเงินที่ได้ใช้ไปแล้วนั้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ นายกิตติพงศ์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และผู้ตรวจการแผ่นดิน จะออกมารับผิดชอบเงินจำนวนดังกล่าวหรือไม่ รวมถึงคนที่ไปใช้สิทธิแล้วจำนวน 20 ล้านคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่จะทำให้สิทธิของพวกเขาถูกเพิกถอนด้วย
นายคณิน กล่าวอีกว่า ส่วนการจะโค่นล้มรัฐบาล โดยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ซึ่งนำไปเทียบกับปี 49 คงไม่ได้ เพราะเมื่อปี 49 ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้การเลือกตั้งวันที่ 2 เม.ย. 49 เป็นโมฆะได้ เพราะขณะนั้นรัฐธรรมนูญปี 40 ไม่มีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีแต่ศาลรัฐธรรมนูญ จึงเปิดช่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาเสนอเรื่องการเลือกตั้งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ แต่รัฐธรรมนูญปี 50 มีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเกิดขึ้น ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งจะต้องส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ไม่ใช่ส่งศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญปี 50นั้น ไม่ได้เปิดช่องให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเลือกตั้งให้เป็นโมฆะได้





