ศรส.ประณามคปท.ปิดล้อมสถานทูต ธาริต วอนกปปส.อย่าไปบ้าน เหตุเป็นย่านชุมนุม ขู่ หากไปจำเป็นต้องมีมาตรการดูแลในฐานะอธิบดีดีเอสไอ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) แถลงผลการประชุมศรส.ว่า ศรส.ได้รับรายงานผลการดำเนินคดีกรณีกลุ่มแนวร่วม กปปส. ที่นำโดยนพ.ระวี มาศฉมาดล กับพวก เข้าปิดล้อม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง เป็นคดีหมายเลขดำที่ 557/2557 บัดนี้ศาลแพ่งได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวโดยวินิจฉัยว่าการปิดล้อม บุกรุก บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) บริเวณกระทรวงพลังงาน เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ใช้สิทธิเกินสมควรของการชุมนุม
จึงมีคำสั่งให้จำเลยซึ่งก็คือ แกนนำ กปปส.พร้อมกับผู้ร่วมชุมนุมเปิดทางเข้าออกอาคารของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) รวมทั้งให้ออกจากพื้นที่โดยรอบอาคาร และขนย้ายทรัพย์สิน อุปกรณ์ที่ใช้ในการชุมนุมออกไปจากบริเวณที่ชุมนุมและพื้นที่โดยรอบอาคาร จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ซึ่งศรส.เห็นว่า แนวทางการดำเนินคดีเช่นนี้ ควรนำไปใช้กับสถานที่ราชการ และภาคธุรกิจที่ถูกกปปส.ปิดล้อม โดยในส่วนของหน่วยงานราชการ ศรส.ได้กำชับให้ดำเนินการเป็นการเร่งด่วนแล้ว
นายธาริต กล่าวอีกว่า ศรส.ขอประนามการกระทำของแกนนำกปปส. ในนามกลุ่มคปท. โดยเฉพาะนายอุทัย ยอดมณี และนายนิติธร ล้ำเหลือ กับพวก ที่นำเอามวลชนไปชุมนุมปิดล้อมด้านหน้าสถานทูตต่างๆ เช่น สถานทูตจีน อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย โดยเฉพาะที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย มีการกล่าวปราศรัยโจมตีเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ว่าแทรกแซงการบริหารราชการของรัฐบาลไทย รวมถึงฉีกแถลงการณ์ และโปรยเศษกระดาษเข้าไปในแนวรั้วของสถานทูต ซึ่งแกนนำ กปปส. เคยกระทำการในลักษณะนี้ที่สถานทูตสหรัฐฯมาแล้ว ซึ่งการกระทำดังกล่าว นอกจากจะเป็นความผิดต่อกฎหมายอาญาฐานกระทำการดูหมิ่นผู้แทนรัฐต่างประเทศ แล้ว ยังเป็นการกระทำที่สมควรถูกประนามอย่างยิ่ง เพราะเป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์ของสองประเทศ
นอกจากนี้ ศรส.ยังได้รับรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 6 มี.ค.บริเวณใกล้กับที่ชุมนุมของ กปปส.มีคนร้ายใช้ปืนยิงถูกประชาชนที่สัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ 2 คน โดยวิถีกระสุนมาจากบริเวณสวนลุมพินี ซึ่งศรส.ได้แจ้งเตือนพี่น้องประชาชนมาตลอดว่า บริเวณการชุมนุม และสถานที่ใกล้เคียง เป็นพื้นที่อันตรายอย่างยิ่ง ขอร้องประชาชนให้งดเว้นการเข้าร่วมชุมนุม และเข้าไปในพื้นที่ใกล้กับบริเวณที่ชุมนุม เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน
นายธาริต กล่าวถึงกรณีที่น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร แกนนำกปปส. โพสต์ข้อความเตรียมนำมวลชนไปที่บ้านพักของตนย่านเมืองเอก เพื่อยื่นหนังสือให้ดำเนินการกับบุคคลที่ขึ้นป้ายแบ่งแยกประเทศ ว่า เนื่องจากบ้านพักของตนอยู่ในย่านชุมชน ซึ่งการเข้าไปจะเป็นการรบกวนประชาชนตามเคหะสถานต่างๆ หากต้องการยื่นหนังสือขอให้มาที่ศรส. ตนพร้อมรับหนังสือ
โดยอาจจะเชิญให้ส่งตัวแทนมาที่ศรส. หรือตนส่งตัวแทนไปรับด้านหน้า ขอให้ยึดสถานที่ราชการเป็นหลัก อย่าเข้าไปรบกวนเคหะสถานของคนอื่น และบ้านพักของตน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องราชการ อย่างไรก็ตาม หากผู้ชุมนุมยังจะเดินทางไป ตนคงต้องใช้มาตรการดูแลบ้านพักเช่นเดิม ซึ่งทางดีเอสไอ มีหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ที่ดูแลผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดี หากมีการบุกรุก ล่วงล้ำเข้าไปในบริเวณบ้าน จำเป็นต้องใช้มาตรการที่จำเป็น เพื่อป้องกันเคหะสถาน ซึ่งเราพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น จึงขอร้องให้มาติดต่อที่สถานที่ราชการ





