บทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์และนักวิชาการบางส่วนอ้างเป็นเหตุผลว่ารัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ถึงกาลอวสานสิ้นสภาพการเป็นรักษาการ
มาตรา 127 ภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก
มาตรา 172 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีการเรียกประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรกตามมาตรา 127
ฉะนั้นเมื่อครบ 30 วันนับจากวันเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 คือ วันที่ 4 มี.ค.57 (วานนี้) ยังเปิดสภาไม่ได้ ย่อมหมายถึงการเลือกตั้งไม่สมบูรณ์ และไม่มีทางได้นายกฯใหม่เป็นการแน่แท้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้รัฐบาลรักษาการปฏิบัติหน้าที่ไปเรื่อยๆ
ส่วนที่พรรคเพื่อไทยอ้างว่าแม้การเลือกตั้งทั่วไปจะไม่ทำให้ได้ ส.ส.ครบ 95% ที่จะเปิดสภาได้ ก็สามารถจัดการเลือกตั้งใหม่หรือเลือกตั้งทดแทนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ ภายในเวลา 6 เดือนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 93 วรรคท้ายนั้น ประเด็นนี้ถูกแย้งจากฝ่ายต้านรัฐบาลว่า การได้ ส.ส.ครบ 95% เพื่อเปิดสภาต้องทำให้ได้ภายใน 30 วัน เมื่อทำได้แล้วก็จะมีเวลาอีก 180 วันหรือ 6 เดือน ให้จัดการเลือกตั้งจนได้ ส.ส.ครบ 100% ดังนี้
มาตรา 93 วรรคท้าย ระบุว่า ในกรณีที่มีเหตุการณ์ใดๆ ทำให้การเลือกตั้งทั่วไปครั้งใดมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ถึง 500คน แต่มีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ให้ถือว่าสมาชิกจำนวนนั้นประกอบเป็นสภาผู้แทนราษฎร แต่ต้องดำเนินการให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ครบตามจำนวนที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ภายใน 180 วัน และให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าอายุของสภาผู้แทนราษฎรที่เหลืออยู่
ส่วนเหตุผลของฝ่ายรัฐบาลที่นำมายืนกรานว่าต้องอยู่รักษาการต่อไป มีเพียงประเด็นเดียวคือรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ที่ระบุว่า คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่!





