"พิชิต"เผยฟันนายกฯและครม.เมื่อถามปรมาจารย์ด้านกฏหมายเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญและป.ป.ช. จัดการรัฐบาลทำไม่ให้โฉ่งฉ่างแบบการทำรัฐประหารปี2549
ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อ.เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊คว่าเคยคาดการณ์กันว่า ฝ่ายเผด็จการจะใช้ป.ป.ช.จัดการนายกฯยิ่งลักษณ์ในคดีจำนำข้าว ชี้มูลความผิดและให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นก็ใช้อย่างน้อยสามในห้าของวุฒิสภาที่มีอยู่ ทำการถอดถอนยิ่งลักษณ์ให้พ้นตำแหน่ง
แต่วิธีการนี้ มีบางคนชี้ว่า สามารถถอดถอนนายกฯได้คนเดียว หรืออย่างมากก็รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ไม่สามารถเอาผิดกับครม.ทั้งคณะได้ ฉะนั้นเมื่อนายกฯหยุดปฏิบัติหน้าที่และถูกถอดถอน รองนายกฯและรัฐมนตรีที่เหลืออยู่ก็แค่ผลัดกันขึ้นมารักษาการณ์นายกฯ ป.ป.ช.ก็ต้องหาเรื่องไล่ฟันรองนายกฯและรัฐมนตรีทีละคนๆ จนถึงรัฐมนตรีคนสุดท้าย รัฐบาลจึงจะล้ม ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน
"ผมได้ถามพรรคพวกที่เป็นปรมาจารย์ด้านกฎหมายมหาชนว่า ถ้าเขาเป็นที่ปรึกษากฎหมายของพวกเผด็จการ เขาจะแนะนำอย่างไร เขาบอกว่า ก็ให้ป.ป.ช.ฟันนายกฯในคดีจำนำข้าว แล้วให้วุฒิสภาถอดถอนนายกฯออกจากตำแหน่ง จากนั้นก็ให้คนไปยื่นต่อศาลรธน.ให้วินิจฉัยว่า ทั้งรองนายกฯที่ขึ้นมาแทนยิ่งลักษณ์ และรัฐมนตรีทั้งคณะจะยังคงสภาพเป็นครม.รักษาการณ์อยู่หรือไม่ และถ้าสิ้นสภาพแล้ว จะหานายกฯและครม.ใหม่ได้จากที่ไหน"
ศาลรธน.ก็จะอ้าง ม.182 ในรธน.ว่า นายกฯสิ้นสภาพแล้ว เพราะถูกวุฒิสภาถอดถอน จากนั้นก็อ้าง ม.180 ที่ระบุชัดเจนว่า รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งเมื่อนายกฯสิ้นสภาพตาม ม.182
ศาลรธน.ก็จะชี้ต่อไปว่า เมื่อไม่มีสภาผู้แทน ก็ให้วุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่แทน (ม.132) แถมยังชี้ว่าวุฒิสภา "เท่าที่มีอยู่" นั้นให้ตัดคนที่ถูกชี้มูลความผิดโดยป.ป.ช.ในกรณีแก้รธน.ออกไป เหลือแต่วุฒิแต่งตั้งและวุฒิเลือกตั้งเท่านั้น และเมื่อไม่มีสส.ให้เสนอชื่อเป็นนายกฯ ก็อาศัย ม.7 และ ม.3 ให้วุฒิสภาเสนอชื่อนายกฯ "คนนอก" เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญ
เพียงแค่นี้ ก็จะได้ นายกฯ ม.7 ซึ่งก็จะประกาศพรก.ฉุกเฉินหรือประกาศกฎอัยการศึกทั้งประเทศ เพื่อให้อำนาจทหารจัดการกับขบวนการต่อต้านเป็นลำดับไป
พูดง่าย ๆ คือจะใช้ปปช. วุฒิสภา และศาลรธน. แล้วบิดเบือนหลักรัฐธรรมนูญที่พวกตนเองร่างขึ้นมา ลากประเทศไทยไปสู่ระบอบเผด็จการได้โดยไม่ต้องทำรัฐประหารแบบโฉ่งฉ่างปี 2549 แต่ได้ผลเหมือนกัน





