ประเดิมเปิดประมูลเชียงราย-หวั่นล็อกสเปคเอื้อโรงสี..ล่าสุดจ่ายเงินให้ชาวนาแล้ว 5.39 แสนราย วงเงิน 6.62 หมื่นล้านบาท
รัฐเปิดทางผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ เปิดโกดังข้าวประมูลขายภายในจังหวัด เร่งรัดนำเงินมาคืนหนี้ชาวนา ประเดิมเชียงรายจังหวัดแรกมีความพร้อมมากที่สุด "ยรรยง" ชี้ดำเนินการได้ไม่ต้องผ่าน กขช. "พาณิชย์" หวั่นล็อกสเปคเอื้อโรงสี
ความพยายามของรัฐบาลในการหาเงินมาใช้หนี้ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวปี 2556/57 ที่ยังคงมีวงเงินค้างอยู่ประมาณกว่าแสนล้านบาท ส่งผลให้รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการในทุกวิธี โดยเฉพาะการระบายข้าว ล่าสุดได้มีข้อเสนอในระหว่างที่นายกรัฐมนตรีตรวจราชการที่ภาคเหนือ โดยขอให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคเหนือเปิดขายข้าวได้เอง
แหล่งข่าวจาก กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (3 มี.ค.) นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อหารือถึงแนวทางการแก้ปัญหาจ่ายเงินให้แก่ชาวนาที่เข้าโครงการจำนำข้าว ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อน และมีข้อเสนอจากผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือให้แต่ละจังหวัดเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินค่าข้าว รวมทั้งหามาตรการเยียวยาชาวนาที่ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ ในการประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในกลุ่มภาคเหนือ มีข้อสรุปว่า จะมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปดำเนินการจัดประมูลขายข้าวทั้งในรูปข้าวสารและข้าวเปลือกของแต่ละจังหวัดเอง โดยเปิดให้โรงสีทั่วประเทศที่สนใจสามารถเข้าร่วมประมูลข้าวได้ นอกจากนั้นยังมีข้อเสนอว่า เงินที่ได้จากการประมูลขายข้าวให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ มีอำนาจนำไปจ่ายให้แก่ชาวนาในจังหวัดได้ทันที ผ่านสาขาของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในแต่ละจังหวัด โดยไม่ต้องนำส่งเงินเข้ามาที่ส่วนกลางก่อนเพื่อให้เงินถึงมือชาวนาได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันสมาคมโรงสีในแต่ละจังหวัดได้ตอบรับและยินดีที่จะช่วยเหลือชาวนาและเข้าร่วมประมูลข้าวครั้งนี้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม การประมูลขายข้าวตามปกติกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นผู้ดำเนินการจัดประมูลและกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไข ดังนั้นที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ไปพิจารณาว่าติดขัดระเบียบหรือกฎกระทรวงอย่างไรหรือไม่ เพื่อดำเนินการแก้ไข ให้จังหวัดสามารถเปิดประมูลข้าว โดยกลุ่มจังหวัดภาคเหนือนำร่องเป็นโมเดลการแก้ไขปัญหา ส่วนกลุ่มจังหวัดภาคกลางและภาคอีสานนั้นได้มอบให้กระทรวงมหาดไทยไปพิจารณาว่าจะดำเนินการได้อย่างไร
ผู้ว่าฯภาคเหนือชงนายกฯ
" ข้อเสนอให้แต่ละจังหวัดจัดประมูลข้าวเอง มาจากที่ท่านนายกฯไปตรวจราชการที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อน และมีผู้ว่าฯจังหวัดภาคเหนือเสนอว่า ควรจะให้จังหวัดมีอำนาจประมูลข้าวได้เอง เพื่อลดขั้นตอนและเวลาการขายข้าว และสามารถนำเงินที่ได้มาจ่ายให้แก่ชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินค่าข้าวได้เองไม่ผ่านส่วนกลาง นายกฯ จึงให้เรียกประชุมร่วมกับผู้ว่าฯ ทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ"
แหล่งข่าวกล่าวว่า ราคาที่จะใช้ในการประมูลข้าวของ 17 จังหวัดภาคเหนือนั้น จะอิงตามราคาตลาดเป็นหลัก รวมทั้งเพื่อความโปร่งใสในการประมูลก็มีข้อเสนอให้เปิดโอกาสให้โรงสีทั่วประเทศสามารถเข้ามาร่วมประมูลได้โดยไม่จำกัดเฉพาะโรงสีในภาคเหนือเท่านั้น ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) พิจารณาอนุมัติให้ผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด
ไปดำเนินการตามพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างทันที
ปัจจุบัน 17 จังหวัดภาคเหนือ มีชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินตามใบประทวนทั้งสิ้น 4.53 หมื่นล้านบาท จำนวนชาวนา 3.17 แสนราย ปริมาณข้าว 3.02 ล้านตัน ประกอบด้วยจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน ลำปาง ลำพูน แพร่ สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร ตาก พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี เพชรบูรณ์
"ยรรยง"เปิดทางผู้ว่าฯ ขายข้าวได้
นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า การให้อำนาจผู้ว่าฯเปิดประมูลขายข้าวนั้นสามารถดำเนินการได้เลย โดยไม่ต้องขออนุมัติคณะกรรมการนโยบายข้าว (กขช.) เพราะก่อนหน้านี้เคยทำมาแล้ว ซึ่งจังหวัดใดที่มีความพร้อมทำได้เลย โดยจะเริ่มที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีความพร้อมมากที่สุด หลังจากนั้นก็ให้จังหวัดอื่นที่มีผู้ค้า โรงสีในจังหวัดมีความพร้อม และใช้เกณฑ์ราคากลางที่เผยแพร่ทั่วไป ชนิดไหน คุณภาพ เป็นอย่างไร ในการประมูลซึ่งอยู่ที่ความพร้อมแต่ละจังหวัด
"การแข่งขันนั้นโรงสีอาจจะมีแต้มต่อเหนือกว่ารายอื่น แม้ทีโออาร์จะเปิดกว้างทั่วไป โดยโรงสีอาจรวมกันมาแล้วซื้อยกโกดังไปได้เลยและรู้คุณภาพข้าวดีกว่า"
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า ผลการรับจำนำข้าวตั้งแต่ 1 ต.ค. 2556-28 ก.พ. 2557 (ปรับปรุง ณ วันที่ 1 มี.ค.) ปริมาณข้าวเปลือกที่ร่วมโครงการรวม 11,568,279 ตัน ส่วนใหญ่เป็นข้าวเปลือกเจ้า 6,735,860 ตัน ข้าวหอมมะลิ 3,679,974 ตัน จำนวนใบประทวน 1,940,802 ใบ จ่ายเงินให้ชาวนา 539,793 ราย 610,797 สัญญา รวมเป็นเงิน 66,203.154 ล้านบาท
ชี้ให้อำนาจผู้ว่าฯ ขายข้าวเอื้อล็อกสเปค
แหล่งจาก กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กรณีที่มีความพยายามจะให้ระบายข้าวในระดับจังหวัดโดยให้คณะกรรมการข้าวแห่งชาติ (กขช.) จังหวัดเป็นผู้ดำเนินการนั้น ในทางหลักการมีความเป็นไปได้ยาก เนื่องจากการระบายข้าวแต่ละครั้ง ควรมีหลักการว่าด้วยการแข่งขันอย่างเท่าเทียม แต่การขายข้าวแบบใหม่นี้ อาจเป็นการล็อกสเปคให้ผู้ค้าในระดับท้องถิ่นที่จะเข้าไปซื้อข้าวจาก กขช.จังหวัด ขณะที่ผู้ค้ารายอื่นๆ จะเข้าถึงข้าวดังกล่าวได้ยาก จากเหตุผลหลายประการ เช่น การรับรู้การระบาย การเสนอซื้อในราคาที่ต้องบวกต้นทุนการขนส่งที่ไม่เท่ากัน
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ว่า กขช.จังหวัดจะทราบหรือไม่ว่า คลังสินค้าในพื้นที่ได้ถูกผูกพันจากการขายข้าวของส่วนกลางไปแล้ว เพราะว่าบัญชีจะรวมอยู่ในส่วนกลางและไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ระดับจังหวัดทราบ จนกว่าจะมีการขนสินค้า
“ถามว่า จังหวัดรู้มั้ยว่าราคาข้าวควรขายเท่าไร ราคาตลาดเท่าไร ราคาตลาดโลกเป็นอย่างไร ไม่ใช่โรงสีเสนอซื้อ 8,000 บาทก็ขาย เพราะไม่รู้อะไร มีคำถามมากมายกับแนวความคิดนี้ ในเชิงหลักการอาจฟังดูง่ายแต่ในทางปฏิบัติมีขอถกเถียงอีกเยอะ และหากจะให้ กรมการค้าต่างประเทศไปช่วยอำนวยการ ก็ไม่น่าจะต่างกับการระบายจากส่วนกลาง ซึ่งปัญหาทั้งหมดน่าจะเป็นท่าทีจากกระทรวงพาณิชย์ถึงแนวความคิดดังกล่าวหากมีการสอบถามมา” แหล่งข่าวกล่าว
สำหรับทิศทางราคาข้าวจากนี้ เชื่อว่าจะลดลงเนื่องจากสิ้นโครงการรับจำนำข้าวแล้ว และยังไม่มีมาตรการดูแลราคาข้าวอื่นจากนี้ แต่เชื่อว่าราคาข้าวจะไม่ลดลงต่ำมากเนื่องจากอินเดีย มีการคงราคาขายไว้สูงเพราะมีต้นทุนการผลิตที่สูง ทำให้เวียดนามไม่สามารถดึงราคาลงมาต่ำได้มาก ส่งผลให้ภาพรวมตลาดไม่มีการแข่งขันอย่างดุเดือดเหมือนปีที่ผ่านมา
ศรีรัตน์มั่นใจขาย8แสนตันต่อเดือน
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การระบายข้าวสต็อกรัฐบาล ขณะนี้มีหลายประเทศสนใจที่จะซื้อข้าวจากไทย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเอกชนเป็นผู้ทำตลาดส่งออก ส่วนการขายในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) มีเพียงรัฐบาลจีนที่ต้องการให้ความช่วยเหลือจากไทย และเสนอซื้อข้าวสต็อกรัฐบาลไทยเข้ามา เชื่อว่าเป้าหมายที่รัฐบาลจะระบายข้าวได้เดือนละ 8 แสนตัน น่าจะสำเร็จได้ไม่ยาก
สำหรับปัญหาภัยแล้ง ที่จะส่งผลผลิตต่อข้าวนาปรัง 2557 ฤดูกาลใหม่นั้น ขณะนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำลังสำรวจผลกระทบของภัยแล้ง ซึ่งจะส่งผลให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นหรือไม่นั้น ต้องรอดูความชัดเจนในมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่จะออกมา หลังจากสิ้นสุดโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี (รอบแรก) 2556/57 ไปแล้วเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา





