วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เชื่อกลุ่มเดิม!ปาระเบิดศาลอาญาพบเป็นเอ็ม61

ป่วนปาระเบิดใส่ศาลอาญา เก็บกู้แล้วพบเป็นM 61 โชคดีระเบิดไม่สมบูรณ์ ตร.เชื่อกลุ่มเดียวเคยยิงM79ใส่ ศาลย้ำไม่ควรเกิดเหตุซ้ำอีก

ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้า กรณีเกิดเหตุคนร้ายปาระเบิดจำนวน 2 ลูก เมื่อเช้านี้ ระเบิดตกที่นอกรั้วศาลอาญาบริเวณทางเท้าซึ่งเกิดระเบิดเสียงดังคล้ายปะทัดและมีควันพุ่งออกมา โดยพบขดลวงสปริงและกระเดื่องตกอยู่บนทางเท้า ส่วนลูกระเบิดมีลักษณะแตกออกแบบผ่าครึ่ง ซึ่งคาดว่าระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์

ส่วนระเบิดอีก 1 ลูก ถูกขว้างเข้ามาภายในรั้วศาลอาญา ตกอยู่บริเวณลานจอดรถของผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ ซึ่งติดกับปั๊มน้ำมัน ปตท. โดยขณะเกิดเหตุมีรถยนต์จอดอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งโชคดีที่ระเบิดดังกล่าวไม่ทำงานจึงไม่เกิดความเสียหาย และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศาลอาญา ได้นำยางรถยนต์มาครอบระเบิดไว้และนำเชือกมากั้นไว้เพื่อไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้ และได้ปิดการจราจร 2 ช่องทางด้านซ้าย ไว้ก่อนเพื่อรอเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์

ภายหลังเกิดเหตุ นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นายธงชัย เสนามนตรี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา พร้อมผู้บริหาร พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. พล.ต.ต. สุรนิตย์ พรหมบุตร ผบก.น.2 , พล.ต.ต.รณกร ศุภสมุทร ผบก.สพ. สตช., พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด ( EOD) พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด , พ.อ.สมชาย อ่อนส้มกิจ รองผบ.ปตอ.2 , พ.ต.อ.ชาตรี กาญจนกันต์ ผกก.สน.พหลโยธิน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ภายหลังการตรวจสอบ และเก็บกู้ระเบิดทั้งสองลูกดังกล่าวแล้ว พ.ต.อ.กำธรผกก.กลุ่มงานเก็บกู้ ฯ EOD กล่าวว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นระเบิดขว้างสังหาร ชนิด M 61 ผลิตจากประเทศอเมริกา รัศมีฉกรรจ์ประมาณ 15-20 เมตร หน่วงระยะเวลา 5 วินาทีหลังดึงสลักออก โดยมีใช้ในราชการทหารและตำรวจของประเทศไทย

ขณะที่ระเบิดลูกแรก ถือว่าระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์ จึงไม่มีอานุภาพรุนแรง แต่ชิ้นส่วนระเบิดยังอยู่ครบถ้วน ส่วนลูกที่ 2 ไม่เกิดการระเบิดขึ้น เพราะคนร้ายลืมดึงเซฟตี้คลิปหรือขอนิรภัยออก เนื่องจากระเบิดไม่ทำงาน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการใส่เซฟตี้คลิปเหมือนเดิมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระเบิดขึ้นก่อนจะทำงานเก็บกู้ไป สำหรับระเบิด M 61 นี้เป็นประเภทเดียวกับระเบิดชนิด M 26 แต่แตกต่างกันตรงที่ชนิด M 61 จะมีเซฟตี้คลิปอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งผู้ใช้จะต้องดึงสลักระเบิดและดึงเซฟตี้คลิปออกด้วยระเบิดถึงจะทำงาน ส่วนระเบิดลูกแรกที่ทำงานไม่สมบูรณ์เนื่องจากมีสภาพเก่า ส่วนลูกที่สองนั้นคาดว่าคนร้ายอาจจะรีบร้อนจนลืมดึงเซฟตี้คลิปออก ทั้งนี้ระเบิดชนิดดังกล่าวเป็นแบบเดียวกับที่คนร้ายก่อเหตุปาระเบิดใส่วังสวนผักกาด และบ้านพักของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ย่านสุขุมวิท

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส.ท.อำนาจ โพเทพา และ ส.อ.ประสิทธิ์ กลิ่นกุหลาบ เจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ปตอ. ซึ่งปฏิบัติหน้าที่บริเวณจุดตรวจทางเข้าศาลอาญา ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุประมาณเวลา 10.00 น.เศษ เห็นชายคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีชมพู-ขาว ไม่ทราบทะเบียน สวมหมวกกันน็อกครึ่งใบ ส่วนคนซ้อน สวมหมวกไอัโม่งคลุมศีรษะสีดำ สวมเสื้อแขนยาวสีดำ ขี่จยย.มาจากแยกรัชดาฯตัดลาดพร้าว ทางช่องทางซ้ายแบบชะลอตัว พอมาถึงจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ทหาร คนร้ายได้ชะลอรถโดยใช้ความเร็วประมาณ 20 - 30 ก.ม. และหันมามองเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งท่าทางมีพิรุธ จึงได้เฝ้าระวังเหตุ จากนั้นคนร้ายได้ขี่จยย.เลยไปจนถึงบริเวณประตูทางเข้าก่อนจะปาระเบิดสังหารดังกล่าวจำนวน 2 ลูก แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าตรอกด้านข้างปั๊มน้ำมัน ปตท.ก่อนหลบหนีไป

ภายหลัง นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า คนร้ายก่อเหตุครั้งนี้ ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรที่จะต้องใช้ความรุนแรง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มาตรวจสอบวัตถุระเบิดดังกล่าวแล้ว โดยรอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบว่าเป็นระเบิดชนิดใดอีกครั้ง

หลังจากนี้สำนักงานศาลยุติธรรมจะมีการทบทวนวางมาตรการรักษาความปลอดภัยเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นที่จอดรถของผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ธุรการ อาจจะต้องมีการปรับระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตนได้รายงานเหตุดังกล่าวให้กับนายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกาให้ทราบแล้ว

ด้านนายธงชัย เสนามนตรี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ความจริงแล้ว ขณะนี้สถานการณ์ต่างๆ เริ่มคลี่คลาย แล้ว ก็ไม่น่าที่จะเกิดเหตุเช่นนี้ ซึ่งการกระทำน่าจะเกิดจากผู้ไม่ประสงค์ดี ตนขอยืนยันว่า คดีที่อยู่ในการพิจารณาของศาลอาญาก็ดำเนินตามกระบวนการปกติ รวมทั้งก็ไม่น่าจะเกิดจากการพิจารณาคดีของฝ่ายต่าง ๆ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารที่มาดูแลความเรียบร้อยก็ปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีมาโดยตลอด

ขณะที่ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์รอง ผบ.ตร. กล่าวภายหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุว่า จากการตรวจสอบทราบว่าหลังเกิดเหตุคนร้ายได้ขี่จักรยานยนต์หลบหนีไปในซอยข้างปั้มน้ำมันปตท. ซึ่งเป็นซอยที่สามารถทะลุออกไปได้หลายเส้นทาง ทั้งลาดพร้าวซอย 1 และซอยใกล้เคียงอื่นๆ จึงคาดว่าคนร้ายน่าจะมีการวางแผนล่วงหน้า โดยมาสำรวจดูเส้นทางหลายครั้งก่อนลงมือเกิดเหตุ ซึ่งถือว่าคนร้ายก่อเหตุอย่างอุกอาจเพราะลงมือในช่วงกลางวันโดยมีประชาชนและรถยนต์สัญจรผ่านไปมาค่อนข้างมาก

ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำให้เฝ้าระวังเหตุอย่างเข้มงวดเนื่องจากมีคนร้ายใช้ระเบิดและอาวุธปืนโจมตีใส่สถานที่ต่างๆหลายครั้ง ซึ่งมาตรการป้องกันเหตุบริเวณศาล เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ทหารจากปตอ. จำนวน 1 กองร้อยประจำการอยู่แล้ว แต่ว่าได้แบ่งเป็นชุดย่อยๆกระจายอยู่บริเวณโดยรอบจึงทำให้ไม่เพียงพอ ซึ่งตนจะประสานเจ้าหน้าที่ทหารขอกำลังสนับสนุนเพิ่มเติม ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้รับผิดชอบบริเวณโดยรอบทั้งถนนรัชดาและด้านหลังศาล รวมทั้งตั้งจุดตรวจค้นตอนกลางคืน

พล.ต.อ.เอก กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุการณ์ระเบิดที่ผ่านมา ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ให้ความสำคัญ โดยมีการตั้งหน่วยสืบสวนสอบสวนโดยเฉพาะ โดยมีพล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วยผบ.ตร. เป็นผู้บังคับบัญชา เพื่อสืบสวนเร่งติดตามจับกุมคนร้าย โดยเชื่อว่าคนร้ายที่เคยก่อเหตุยิงระเบิดเอ็ม79 ใส่ศาลอาญาและศาลแพ่ง กับที่ก่อเหตุขว้างระเบิดสังหารครั้งนี้เป็นกลุ่มเดียวกัน ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดจากการสร้างสถานการณ์ทางการเมือง ส่วนความคืบหน้าในการติดตามคนร้ายที่ยิงระเบิดเอ็ม79 นั้น ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและพยานวัตถุ เพื่อนำมาเป็นแนวทาง ศึกษาและวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของคนร้าย เพื่อใช้เป็นเบาะแสติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การก่อเหตุปาระเบิดใส่ศาลอาญาครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ 2 เพียงไม่ถึงหนึ่งเดือน โดยก่อนหน้านี้คนร้ายได้ก่อเหตุยิงระเบิด M 79 ใส่อาคารศาล ช่วงกลางดึกของวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา ทำให้กระจกบริเวณชั้น 7 ได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่เพียงสัปดาห์เศษ ก็มีคนร้ายยิงระเบิด M 79 ตกที่ลานจอดรถศาลแพ่งอีก แต่ไม่ได้เกิดการระเบิดขึ้นจึงไม่ได้รับความเสียหาย ขณะที่เหตุขว้างระเบิดวันนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ศาล และผู้ที่มาศาล ต่างตกใจและจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ปั๊มปตท.ได้ปิดให้บริการชั่วคราว

มีรายงานแจ้งด้วยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้นำภาพวงจรไปตรวจสอบซึ่งจับภาพคนร้ายขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ไว้ได้