ศรส.ให้เสื้อแดงกวป.ยุติการชุมนุมหน้าป.ป.ช. ชี้กระทบจราจร ข้าราชการทำงานไม่ได้ สร้างเงื่อนไขวุ่นวายให้บ้านเมืองเพิ่ม
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผลการประชุมของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ว่า การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. เมื่อคืนวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ทุกเวทีมีจำนวน 3,900 คน ซึ่งถือว่าลดลง ศรส.ขอขอบคุณประชาชนที่ไม่เข้าร่วมชุมนุม ไม่สนับสนุนกลุ่ม กปปส. ไม่สนับสนุนกลุ่ม นปช. และกลุ่มอื่นๆ ซึ่งเป็นผลดีต่อการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจากเหตุร้ายต่างๆ ส่วนการชุมนุมของกลุ่ม กวป.บริเวณด้านหน้าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ศรส.ขอเรียกร้องให้แกนนำได้เลิกการชุมนุม เพราะสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้เส้นทางการจราจรบน ถ.นนทบุรี 1 เป็นอย่างมาก รวมถึงการชุมนุมปิดกั้นประตูสำนักงาน ป.ป.ช.ทำให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. และข้าราชการ ไม่สามารถเข้าออกเพื่อทำงานตามปกติได้ แกนนำ กวป.จะต้องรับผิดชอบกับการกระทำดังกล่าว ซึ่งเป็นการสร้างเงื่อนไขความยุ่งยากให้แก่บ้านเมืองมากขึ้นไปอีก ส่วนการดำเนินการกับกลุ่มกวป. ผอ.ศรส.จะทำหนังสือไปถึงพนักงานอัยการ เพื่อให้สอบถามศาลแพ่งขอคำแนะนำว่ากรณีกวป.จะให้ศรส.ปฏิบัติอย่างไรจึงจะไม่ฝ่าฝืนคำสั่ง 9 ข้อ ของศาลแพ่ง เพราะกวป.กระทำการเหมือนกปปส.ทุกอย่าง ถ้าศาลสั่งอย่างไรศรส.จะดำเนินการตามนั้น ทั้งนี้ ศรส.ขอขอบคุณศาลอาญาที่กรุณาสั่งไม่เพิกถอนหมายจับแกนนำ กปปส. 18 คน ประเภทหมาย ฉ. ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่ง ศรส.จะติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 18 คน ต่อไป แม้การเข้าจับกุมจะทำได้ลำบากตามคำสั่งของศาลแพ่งก็ตาม
นายธาริต กล่าวอีกว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. มีหนังสือแจ้งปลัดกระทรวงทุกกระทรวงที่ถูก กปปส.ปิดล้อม บุกรุกสถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐในการกำกับดูแล ให้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษหรือฟ้องคดีทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งกับแกนนำ กปปส. โดยต้องแยกดำเนินการเป็นต่างกรรมต่างวาระทุกครั้งที่มีการเข้าปิดล้อม และบุกรุกภายใน 7 วัน หลังเกิดเหตุ ทั้งนี้ ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ต้องหาในฐานความผิดร่วมกันเป็นกบฏที่เป็นแกนนำ กปปส. บางคนในจำนวน 58 คน ได้ไปก่อความเดือดร้อน และคุกคามบุคคลต่างๆ เช่น ไปห้อมล้อม คุกคาม เป่านกหวีด และพูดจาข่มขู่บุคคลต่างๆตามที่สาธารณะ เช่น ศูนย์การค้า เป็นการกระทำที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ศรส.จึงเห็นควรให้ดีเอสไอ ออกหมายเรียกผู้ต้องหาเหล่านี้มาดำเนินคดีในข้อหาหลัก คือ ข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ หากไม่มาพบพนักงานสอบสวนจะได้ดำเนินการขอออกหมายจับเพื่อการจับกุมต่อไป
"ผู้ต้องหามีความผิดฐานเป็นกบฏยู่แล้ว เพียงแต่ยังไประรานบุคคลอื่นซึ่งถือว่ามีความผิด ผอ.ศรส.จึงสั่งการในที่ประชุมให้เร่งดำเนินการออกหมายเรียกผู้ต้องหาเหล่านี้มาดำเนินคดี ส่วนผู้ที่ถูกคุกคามจะไปดำเนินคดีเองหรือไม่ก็เป็นสิทธิ โดยยอมรับว่ารวมถึงนายณัฏฐพล และนางทยา ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส.ที่เป่านกหวีดใส่คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ที่ห้างสรรพสินค้าด้วย"นายธาริต กล่าว





