วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ป.ป.ช.ร่วมศปท.ต้านโกงเคลื่อนภาคปฏิบัติ

ป.ป.ช.ลงนามข้อตกลงร่วมศปท. ต้านโกง-เพิ่มพลังขับเคลื่อนภาคปฏิบัติมากขึ้น

ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น ถ.วิภาวดี เมื่อเวลา 09.00 น. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการการแปลงยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตไปสู่การปฏิบัติการของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) มีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการป.ป.ช. เป็นประธานการเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการและเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือข้อตกลงท (เอ็มโอยู) ระหว่างสำนักงานป.ป.ช.และ ศปท. ที่มีทั้งหมด 15 หน่วยงานในสังกัด โดยมีกรรมการป.ป.ช. อาทิ นายภักดี โพธิศิริ นายวิชัย วิวิตเสวี นายปรีชา เลิศกมลมาศ นายณงค์ รัฐอมฤต และนายสรรเสริญ พวงลำเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. ร่วมพิธีเปิดการประชุม

ทั้งนี้มีผู้เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายประเวศน์ มูลประมุข เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นางสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคระกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจแ ละสังคมแห่งชาติ (สศช.) น.ส.เรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายบริหาร

นายปานเทพ กล่าวเปิดการสัมมนาว่า สำนักงานป.ป.ช.ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในระยะที่สองเสร็จสิ้นแล้วซึ่งจะเป็นกรอบในแนวทางการต่อต้านการทุจริตในทุกภาคส่วนสืบเนื่องจากแผนยุทธศาตร์ชาติฯในระยะที่หนึ่ง ซึ่งถือเป็นแผนแม่บทในการพัฒนาการต่อต้านการทุจริต โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือตัวขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกันในทุกภาคส่วน โดยมีสำนักงานป.ป.ช.เป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนไปจนถึงปี 2560 การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญมากและต้องขอขอบคุณเป็นอย่างมากที่มาร่วมประชุมในสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งนี้ประสบการณ์จากแผนยุทธศาสตร์ชาติฯ ในระยะที่หนึ่งมีปัญหาและอุปสรรค คือแผนยุทธศาสตร์ชาติฯ ไม่สามารถลงไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง ดังนั้นแผนยุทธศาสตร์ชาติฯในระยะที่สองนี้จะต้องลงไปสู่ภาคส่วนที่รับผิดชอบเพื่อไปปฏิบัติอย่างจริงจังมากขึ้น

นายภักดี กล่าวบรรยายเรื่อง การแปลงยุทธศาตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่สอง (2556-2560) ไปสู่การปฏิบัติ ตอนหนึ่งว่า แผนยุทธศาสตร์ในระยะที่หนึ่ง (2550-2555) ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาที่สาเหตุ โดยการป้องกันควบคู่ไปกับการปราบปราม อย่างไรก็ตามก็มีปัญหาอุปสรรคอยู่พอสมควร ดังนั้นจะนำปัญหาอุปสรรคของแผนยุทธศาสตร์ชาติฯ ในระยะที่หนึ่งมาปรับปรุงเพื่อนำมาใช้ในแผนยุทธศาตร์ชาติฯ ในระยะที่สองต่อไป ทั้งนี้ยุทธศาสตร์ชาติฯ ระยะที่สองยังยึดหลักในยุทธศาสตร์ฯระยะที่หนึ่งอยู่ คือ ยึดหลักคุณธรรมและจริยธรรม แต่จะมีการเน้นในเรื่องการยอมรับในระดับสากล เพราะจากการวิเคราะห์เห็นว่าประเทศไทยต้องมีความเป็นสากลมากขึ้น เพราะประเทศไทยกำลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในอนาคต ดังนั้นจึงต้องสร้างการยอมรับในระดับสากลให้มากขึ้น และสร้างความเข้มแข็งการต่อต้านการทุจริตขององค์กรต่าง ๆ