วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตำรวจได้ฤกษ์โชว์'บึ้ม-ยิง'โจมตีกปปส.

ตำรวจชี้แจงความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวเนื่องจากความวุ่นวายทางการเมืองเกือบทุกคดี โดยเฉพาะคดีที่ฝ่ายกปปส.ถูกกระทำ

ภาพผู้ชุมนุม กปปส.นำดอกไม้ไปมอบให้กับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) หลังจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.นำมวลชนแต่งชุดดำไปทวงถามความคืบหน้าคดีที่มีการก่อเหตุรุนแรงต่างๆ กับผู้ชุมนุม โดยเฉพาะกรณีล่าสุด 2 กรณีที่ทำให้เด็กต้องสังเวยชีวิตถึง 4 รายนั้น ดูจะเป็นภาพความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจ ตลอดช่วงที่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายเดือนที่ผ่านมา

นายสุเทพ ถึงกับเอ่ยปากขอโทษ ผบ.ตร.ที่เคยกล่าวโจมตีหลายครั้ง ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์ ก็ยืนยันจุดยืนเรื่องการทำงานของตำรวจว่าให้ความสำคัญกับทุกคดี โดยเฉพาะคดียิงเอ็ม 79 ที่หน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ

พลันที่บรรยากาศตึงเครียดเริ่มผ่อนคลาย ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีที่เป็นรูปธรรมทันที เมื่อโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โพสต์ข้อมูลในเฟซบุ๊คชื่อ "Policespokesmen" ชี้แจงความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวเนื่องจากความวุ่นวายทางการเมืองเกือบทุกคดี โดยเฉพาะคดีที่ฝ่าย กปปส.ถูกกระทำ

เริ่มจากคดีปาระเบิดใส่ผู้ชุมนุม กปปส.บนถนนบรรทัดทอง เมื่อวันที่ 17 ม.ค.57 และคดีปาระเบิดที่เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 19 ม.ค.57 ตำรวจได้ออกหมายจับ นายกฤษดา ไชยแค อายุ 43 ปี ลงวันที่ 20 ก.พ. ในความผิดฐาน "ฆ่าผู้อื่น" เนื่องจากผลการสืบสวนพยานหลักฐานและแผนประทุษกรรมทำให้เชื่อว่าผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คดีน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน

ส่วนคดียิง นายสุทิน ธราทิน แกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ที่บริเวณวัดศรีเอี่ยม เมื่อวันที่ 26 ม.ค.57 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้านั้น ศาลจังหวัดพระโขนงได้อนุมัติหมายจับบุคคลตามภาพที่ปรากฏทางโซเชียลมีเดีย 1 ราย ลงวันที่ 25 ก.พ. ในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุสมควร, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุม

ส่วนความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนวันเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 เพียง 1 วัน ระหว่างที่ หลวงปู่พุทธะอิสระ ผู้ดูแลเวที กปปส.แจ้งวัฒนะ นำผู้ชุมนุมไปปิดล้อมสำนักงานเขตหลักสี่ จนเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง มีการใช้อาวุธสงครามและปืนสั้น คดีนี้ตำรวจได้รวบรวมภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ในที่เกิดเหตุ และทำภาพจำลองตำแหน่งผู้กระทำผิดต่างๆ จนสามารถกำหนดกลุ่มที่ใช้อาวุธปืนได้

ทั้งนี้ ตำรวจได้มีการขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 4 ราย ซึ่้งศาลอาญาอนุมัติแล้ว 1 ราย ส่วนที่เหลือศาลยกคำร้อง ให้หาพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยนัดฟังคำขออนุมัติออกหมายจับอีกครั้งในวันที่ 11 มี.ค.ที่จะถึงนี้

สำหรับคดีระเบิดที่หน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาราชดำริ ใกล้กับเวที กปปส.ราชประสงค์ ผลการตรวจสอบเชื่อว่าคนร้ายน่าจะใช้เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 หรือเอ็ม 203 กระสุนเดินทางในวิถีโค้งมาจากบริเวณแยกประตูน้ำ ซึ่งตำรวจได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาคารสูง โรงแรม และสถานที่ในรัศมี 400 เมตร เพื่อหาจุดที่สามารถก่อเหตุได้ โดยสันนิษฐานไว้ 6 จุด คือ โรงแรมโนโวเทล โรงแรมแกรนด์ไดมอนด์ ห้างพาราเดียม ห้างแพลตตินั่ม ชุมชนหลังวัดปทุมวนาราม และชุมชนหลังห้างบิ๊กซี ราชดำริ พร้อมกับตรวจสอบภาพจากกล้องซีซีทีวีในรัศมีโดยรอบ รวมทั้งขอข้อมูลผู้เข้าพักในโรงแรม จัดชุดสืบสวนหาพยานบุคคลเพื่อตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ

ขณะที่เหตุปะทะที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตั้งแต่คืนวันที่ 30 พ.ย.ถึงวันที่ 1 ธ.ค.56 นั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย แบ่งเป็นคดีที่ พลทหารธนะสิทธิ์ เวียงคำ อายุ 21 ปี สังกัดศูนย์การทหารราบปราณบุรี ถูกยิงเสียชีวิตด้วยกระสุนปืนขนาด .38 ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ นายนภดล แก้วมีจีน อายุ 20 ปี ภูมิลำเนา จ.นครศรีธรรมราช และ นายธีรภัทร ทองฤทธิ์ อายุ 20 ปี ภูมิลำเนา จ.ตรัง ตามหมายจับลงวันที่ 22 ธ.ค.56 พร้อมปืนแบบรีวอลเวอร์ ขนาด .38 กระสุน 6 นัด แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ

ส่วนคดีวางเพลิงเผารถประจำทางเป็นเหตุให้ นายสุรเดช คำแปงใจ หรือ เจ อายุ 17 ปีเสียชีวิต ผลการสืบสวนพบผู้ก่อเหตุ 15 คน ในจำนวนนี้ออกหมายจับแล้ว 8 คน สามารถจับกุมได้ 2 คน คือ นายอดิศร หรือต้า สีจันทร์ผ่อง อายุ 29 ปี และเยาวชนชายอายุ 15 ปี

สำหรับคดีที่ นายทวีศักดิ์ โพธิ์แก้ว อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง และเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ นายวิโรจน์ เข็มนาค อายุ 43 ปี ภูมิลำเนา จ.นนทบุรี และ นายวิศณุ เภาพู่ อายุ 26 ปี ภูมิลำเนาเขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างเกิดเหตุปะทะบริเวณสนามราชมังคลากีฬาสถาน ถนนรามคำแหงนั้น ยังอยู่ระหว่างการสืบหาตัวผู้ก่อเหตุ