วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยื่นฟ้องศาลปค. ขอศาลสั่งยับยั้งจำนำข้าว

เครือข่ายภาคประชาชนยื่นฟ้องศาลปกครอง ขอให้ศาลสั่งยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล

นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านโลกร้อน ได้รับมอบอำนาจจากองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย สมาคมคุ้มครองผู้บริโภคและชาวนา ซึ่งได้รับผลกระทบจากการดำเนินการหรือการใช้อำนาจทางปกครองโดยไม่ชอบของนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ รมว.พาณิชย์และปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่ดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวทุกเมล็ดจากเกษตรกรปีการผลิต 2554/2555 และโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2555/2556 โดยรับจำนำไม่จำกัดปริมาณข้าวเปลือก โดยรัฐบาลให้กระทรวงการคลังพิจารณาจัดหาเงินทุนใ ห้ธกส. ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการรับจำนำข้าว

จากนั้นรัฐบาลจะรับภาระชำระคืนทั้งต้นและดอกเบี้ย รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ และผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจากโครงการทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลรับจำนำข้าวสูงกว่าราคาตลาดทำให้กลไลการซื้อขายผิดปกติ ส่งผลให้ปริมาณข้าวตกค้างในโกดังของเอกชนจำนวนมาก เนื่องจากรัฐบาลดำเนินการผูกขาดการค้าข้าวและซื้อข้าวในราคาเกินจริง อันเป็นการขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 84

คำฟ้องระบุด้วยว่า โครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลมีเจตนารับซื้อข้าวในราคาสูงกว่ามูลค่าของทรัพย์สิน จึงไม่มีกระบวนการไถ่ถอนคืน เพราะราคาข้าวในท้องตลาดต่ำกว่าราคารับจำนำ หากรัฐบาลยังคงเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกแบบบิดเบือนวัตถุประสงค์ ด้วยการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดด้วยงบประมาณที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะต้องมีการตั้งวงเงินงบประมาณขึ้นหลายแสนล้าน ขณะเดียวกันข้าวที่เก็บอยู่ในโกดังยิ่งนานวันยิ่งเสื่อมคุณภาพลง โครงการรับจำนำข้าวจึงก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้บริโภคและประชาชนทั่วทุกจังหวัด หากปล่อยให้โครงการนี้ดำเนินต่อไปจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจ จึงขอให้ศาลวินิจฉัยหรือกำหนดมาตรการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้ 1.ห้ามไม่ให้ดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 78(1) 83 และ 84 อีกต่อไป 2.ขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายกฯปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามมาตรา 11(1) แห่งพ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน โดยการยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่ขัดกฎหมาย และสั่งสอบสวนข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการที่ส่อไปในทางไม่ชอบหรือทุจริตภายใน 30 วัน 3.ขอให้ศาลสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 4 จัดทำบัญชีจำนวนเกษตรกรชาวนาและมูลค่าข้าวที่รัฐบาลยังไม่ได้ชำระส่งศาล พร้อมกับร่วมกันใช้เงินหรือส่งมอบทรัพย์สินเป็นค่าจำนำข้าวให้แก่ชาวนาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง และ 4.ขอให้ศาลกำหนดมาตการเพื่อคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาเพื่อยับยั้งโครงการชั่วคราว

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เครือข่ายประชาชนมีความจำเป็นต้องเร่งฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เพราะนายกฯยังยืนยันจะเดินหน้าโครงการต่อแม้จะไม่มีเงินจ่ายให้ชาวนา แต่ก็จะทำประชานิยมต่อไปเรื่อยๆ ขณะนี้ถือว่าโครงการมีภาวะขาดทุนจนรัฐบาลไม่สามารถหาแหล่งเงินทุนมาปล่อยกู้เพื่อจ่ายเป็นค่าจำนำข้าว ดังนั้น หากยังดำเนินนโยบายต่อไปจะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ทั้งนี้ ผู้ฟ้องคดีดังกล่าวมีทั้งสิ้น 64 ราย