ตำรวจบางซื่อคุมตัว"หมอระวี"แกนนำกคป. กับพวกผู้ชุมนุม รวม 8 คน ฝากขังครั้งแรกศาลอาญา คดีบุกปิด ก.พลังงาน- ปตท. ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ควบคุมตัว นพ.ระวี มาศฉมาดล อายุ 60 ปี , นายทศพล แก้วทิมา อายุ 51ปี แกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (กคป.) , นายทวีศิลป์ ประทีป อายุ 46 ปี , นายวรเดช เมฆไตรภพ อายุ 44 ปี , นายบุญเชิด จิตรีเชื้อ อายุ 46 ปี , นายนิพล ทรายเผื่อน อายุ 46 ปี , นายอโนทัย พุ่มแจ้ง อายุ 19 ปี และนายวิชาญภูวิหาร อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นผู้ชุมนุม ผู้ต้องหาที่ 1-8 คดีบุกรุกกระทรวงพลังงาน และสำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ. - 3 มี.ค.57 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบปากคำพยานอีก 10 ปาก และผลตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหา
ขณะที่ นพ.ระวี ผู้ต้องหาที่ 1 และนายทศพล ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นแกนนำผู้ชุมนุมคนสำคัญ มีการนำมวลชนไปปิดล้อมสถานที่ราชการหลายแห่ง ซึ่งเกรงว่าหากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้วจะกระทำการดังกล่าวซ้ำอีก พนักงานสอบสวนจึงขอคัดค้านการประกันตัวด้วย ส่วน นายทวีศิลป์ , นายวรเดช , นายบุญเชิด และนายนิพล ผู้ต้องหาที่ 3 - 6 นั้นปรากฏว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่ถูกออกหมายจับคดีอาญาของศาลจังหวัดต่างๆ ดังนั้นพนักงานสอบสวน จึงขอคัดค้านการประกันตัวและจะขออายัดตัวไว้ดำเนินคดีด้วย
โดยคำร้องฝากขัง ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 13 ม.ค. 57 เวลากลางวัน นพ.ระวี ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวก กปปส.ประมาณ 200 คน ใช้รถยนต์บรรทุกติดเครื่องขยายเสียงดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัยโจมตี เรื่องราคาพลังงานที่บริเวณหน้ากระทรวงพลังงาน และมีการเข้ายึดพื้นที่ของกระทรวงพลังงาน และเมื่อวันที่ 25 ม.ค. เวลาประมาณ 03.40 น. นพ.ระวี ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวก ยังบุกรุกเข้าไปในที่ทำการของบริษัทปตท.จำกัด(มหาชน) ทำการขัดขวาง ไม่ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน โดยเมื่อเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ต้องหาเลิก กลับไม่ยอมเลิก ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม นพ.ระวี ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกผู้ชุมนุม รวม 151 คน ซึ่งบางคนได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวน เหตุเกิดที่บริษัท ปตท.ฯ แขวงและเขตจตุจักร กทม. โดยการกระทำของผู้ต้องหาทั้งหมดนั้น เป็นการกระทำผิดฐาน ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปกระทำการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดย นพ.ระวี และ นายทศพล ผู้ต้องหาที่ 1-2 ร่วมกันเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการ , เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแต่ไม่เลิก และร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปบุกรุกในเวลากลางคืน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , 215 , 216 , 362 ,365(3) และชุมนุมมั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปในพื้นที่ที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความรุนแรง อันมีลักษณะกีดขวางทางเข้า -ออก อาคารฯ , ขัดขืนคำสั่งของเจ้าพนักงานที่สั่งการเกี่ยวกับการชุมนุมและใช้ยานพาหนะติดเครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ อันเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548
โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคำร้องฝากขังของศาล
ขณะที่นายประยง ไชยศรี ทนายความของ นพ.ระวี แกนนำ กคป. กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินของนพ.ระวี มูลค่าประเมิน 2.5 ล้านบาท เพื่อเตรียมยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งคิดว่าหลักทรัพย์ดังกล่าวน่าจะเพียงพอในการขอประกัน เพราะในคำร้องฝากขังข้อหาที่มีโทษสูงสุดคือข้อหาบุกรุก โดยหลักประกันจะอยู่ที่ประมาณ 90,000 - 100,000 บาท





