วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลุ่มคนไทยปกป้องปชต.ล่าชื่อถอดถอนกกต.

เครือข่ายคนไทยปกป้องปชต.ยื่นแสดงตนต่อปธ.วุฒิสภา เริ่มล่าชื่อปชช.ถอดถอน 5 กกต.

นายประเวศร์ วัลลภบรรหาร แกนนำเครือข่ายคนไทยปกป้องประชาธิปไตย พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่าย กว่า 300 คน ได้เข้ายื่นแสดงตนต่อนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เพื่อริเริ่มรวบรวมรายชื่อประชาชนไม่น้อยกว่า 2หมื่นชื่อ ขอให้วุฒิสภาพิจารณาถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 5 คน ประกอบด้วย นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต., นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์, นายบุญส่ง น้อยโสภณ, นายประวิช รัตนเพียร และ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร หลังจากที่พบพฤติกรรมที่ส่อมีความผิดในการร่วมกันกระทำหน้าที่อันมิชอบ เพื่อเป็นโทษแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. และ พรรคการเมือง ในการจัดการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา

โดยนายประเวศร์ กล่าวด้วยว่าพฤติกรรมของกกต.ที่ส่อให้เห็นถึงการกระทำผิด ได้แก่ 1.หลังจากที่กกต.ได้รับการโปรดเกล้าเข้ารับตำแหน่ง ได้ส่อพฤติการณ์ที่จะไม่จัดการเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 2 ก.พ. ให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยพบว่าได้หารือกับรัฐบาล ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อขอให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป 2.ในวันรับสมัครบุคคลที่จะมาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ในวันที่ 23 - 27 ธ.ค. 56 ซึ่งมีการขัดขวางการเปิดรับสมัคร โดยกลุ่มกปปส. ซึ่งกกต.รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างดี แต่กลับไม่เตรียมป้องกันเหตุ ทำให้การเปิดรับสมัครในบางเขตไม่สามารถดำเนินการได้ อีกทั้งยังไม่ประกาศให้มีการเปิดสมัครรับเลือกตั้งใหม่ จนเป็นเหตุให้เขตเลือกตั้งจำนวน 29เขตไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง, 3.กกต.ได้เพิกเฉยต่อการขัดขวางการเลือกตั้งของกลุ่ม กปปส. ในวันเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 26 ม.ค. ทั้งที่มีอำนาจตามกฎหมายขอความร่วมมือจาก ตำรวจ หรือทหารเข้าดูแลความเรียบร้อยและ 4.หลังวันเลือกตั้งทั่วไป 2 ก.พ. กกต. ยังชะลอการประกาศผลการเลือกตั้ง ด้วยเหตุของการเลือกตั้งในบางพื้นที่ที่ไม่สามารถลงคะแนนได้ และได้กำหนดวันลงคะแนนใหม่ในช่วงปลายเดือนเมษายน ส่วนพื้นที่ 29 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัคร จะหารือกับ คณะรัฐมนตรีเพื่อออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่

"ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกกต.ได้ประวิงเวลาและไม่แก้ปัญหาการเลือกตั้งได้ จึงเป็นความชัดแจ้งว่า กกต.มีเจตนาขัดขวางเพื่อให้การเลือกตั้ง ส.ส. ได้จำนวน ส.ส.ไม่ครบร้อยละ 95 เพื่อไม่ให้เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด คือภายใน 30 วัน รวมถึงไม่สามารถหาบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาฯ เข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติ และเข้าข่ายความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานตำแหน่ง กกต. ร่วมกันกระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ เพื่อเป็นโทษแก่ผู้สมัครส.ส.และพรรคการเมือง"นายประเวศร์ กล่าว

ด้านนายนิคม กล่าวว่าหลังจากรับเรื่องตนจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป คือ ตรวจสอบรายชื่อผู้ริเริ่มขอยื่นถอดถอน หากไม่มีปัญหาตนจะแจ้งเรื่องเพื่อให้ผู้ริเริ่มดำเนินการรวบรวมรายชื่อประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง จำนวน 2 หมื่นรายชื่อและยื่นต่อตนอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่นายนิคมรับเรื่องดังกล่าวแล้วเสร็จได้เข้าพบสมาชิกเครือข่ายคนไทยปกป้องประชาธิปไตย ที่อยู่บริเวณหน้าบันไดทางขึ้นอาคารวุฒิสภา และได้กล่าวกับประชาชนว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนโดยเร็ว อย่างไรก็ตามตนถือเป็น 1 ในสว.ที่ถูกยื่นถอดถอนโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เช่นกัน ทำให้ประชาชนต่างตะโกนให้กำลังใจ

รายงานข่าวแจ้งว่าก่อนที่นายนิคมจะลงมาพบปะประชาชนนั้น ได้เกิดเหตุวุ่นวายเล็กน้อยที่บริเวณด้านหน้าตึกวุฒิสภา เมื่อน.ส.รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. ได้เดินทางเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ภายในตัวตึกวุฒิสภา เมื่อเครือข่ายประชาชนฯ มองเห็นต่างโห่ไล่น.ส.รสนา ซึ่งทำให้น.ส.รสนาตกใจและรีบเดินเข้าไปภายในตึก ที่มีการดูแลอย่างแน่นหนา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจวุฒิสภาและทหาร