วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศรส.เเถลงยึดคืนได้2พื้นที่ตำรวจเจ็บ7นาย

ศรส.เเถลงยึดคืนได้2พื้นที่เเล้ว เผยตำรวจเจ็บ7นาย โดนเอ็ม79เเละกระสุนปืน ย้ำตำรวจไม่ได้ใช้ปืนเลย

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเเละกรรมการศรส.เเถลงข่าวว่า มีผลการประชุมสมควรแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบ ดังนี้ 1. เช้าวันนี้ ศรส.ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดำเนินการติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดที่เป็นแกนนำ กปปส. ทั้งที่ได้ถูกศาลออกหมายจับไว้แล้ว และกลุ่มการ์ดที่กระทำความผิดซึ่งหน้า รวมทั้งปฏิบัติการเพื่อเปิดสถานที่ราชการและถนนสาธารณะด้วย ซึ่งได้กำหนดพื้นที่เข้าดำเนินการ 5 พื้นที่ ได้แก่ 1) บริเวณทำเนียบรัฐบาล 2) บริเวณ ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ 3) บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 4) กระทรวงพลังงาน และ 5) กระทรวงมหาดไทย

นายธาริต กล่าวว่า ผลการปฏิบัติการได้รับความสำเร็จแล้ว 2 พื้นที่ คือ พื้นที่บริเวณกระทรวงพลังงาน สามารถเข้าจับกุมแกนนำกปปส. ได้ 2 คน คือ นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล และนายทศพล แก้วทิมา พร้อมการ์ดและผู้ร่วมกระทำผิดอีกจำนวนหนึ่ง รวมเป็นจำนวน 144 คน เป็นชาย 96 คน และหญิง 48 คน ซึ่งเป็นความผิดซึ่งหน้าด้วยการฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 และมาตรา11 ขณะนี้ ผู้ถูกจับกุมทั้งหมดถูกควบคุมตัวอยู่ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 จังหวัดปทุมธานี ซึ่งจะได้ทำการสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป

นายธาริต กล่าวว่า อีกพื้นที่หนึ่งคือ บริเวณศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ จากการเจรจาและกดดันต่อเนื่องมาหลายวัน เช้าวันนี้ หลวงปู่พุทธอิสระ แกนนำสำคัญได้ยอมเปิดพื้นที่ในส่วนที่เป็นถนนแจ้งวัฒนะให้สามารถสัญจรได้ตามปกติ โดยเฉพาะสามารถเปิดทำการศูนย์ราชการได้แล้ว สำหรับพื้นที่อื่น ๆ อีก 3 พื้นที่นั้น อยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งการเจรจา การลาดตระเวนกดดัน และการใช้ยุทธวิธีต่างๆ ซึ่งจะไม่มีการใช้วิธีสลายการชุมนุมอย่างแน่นอน การปฏิบัติการครั้งนี้ ก็เพื่อนำความสงบสุขกลับคืนสู่กรุงเทพ หรือ Peace for Bangkok นั่นเอง

นายธาริต กล่าวว่า อนึ่งเป็นที่น่าเสียใจอย่างยิ่งทั้ง ๆ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามเข้าดำเนินการอย่างละมุนละม่อมโดยหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง มีการเจรจาเป็นขั้นตอน การปฏิบัติการมีการกระทำอย่างเปิดเผยท่ามกลางสื่อมวลชน แต่กลุ่มผู้กระทำผิดได้ใช้อาวุธร้ายแรงด้วยการยิงอาวุธสงครามเอ็ม 79 และอาวุธปืนจนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงที่ศีรษะ 1 นาย และบาดเจ็บอีก 6 นาย ทั้ง ๆ ที่ตำรวจไม่มีการใช้อาวุธเลย

2. ศรส. เห็นควรแจ้งแนะนำให้กกต. เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ในความผิดที่แกนนำกปปส.และแนวร่วม กระทำผิดด้วยการฝ่าฝืนและขัดขวางการเลือกตั้งอันเป็นความผิดร้ายแรงตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รายงานต่อ ศรส.ว่า การที่แกนนำกปปส.และแนวร่วมได้กระทำการต่างๆนานา อันเป็นการขัดขวางการเลือกตั้ง อาทิเช่น การปิดล้อมสถานที่รับสมัคร การปิดล้อมไปรษณีย์สถานที่จ่ายบัตรเลือกตั้ง การกีดกันและขัดขวางไม่ให้ประชาชนเข้าไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ตลอดจนเจ้าหน้าที่กกต. จำนวนมากจงใจละทิ้งหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง ทั้งในระดับสำนักงานเขตและหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งล้วนเป็นความผิดอย่างร้ายแรงต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะเป็นการกระทำผิดที่ล่วงละเมิดสิทธิของประชาชนโดยตรง ถึงขนาด นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้ออกแถลงการณ์ประณามว่า การกระทำของแกนนำ กปปส. เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

นายธาริต กล่าวว่า ขณะนี้ปรากฏว่าได้มีการดำเนินคดีการขัดขวางการเลือกตั้งแล้วจำนวน 160 คดี และคดีประเภทเจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้งหน้าที่ไม่จัดการเลือกตั้ง จำนวน 169 คดี รวมทั้งสิ้น 329คดี และศาลได้ออกหมายจับ ให้แล้วจำนวน 78 คน ศรส.พิจารณาแล้วเห็นว่า ตามข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติปรากฏว่า พนักงานสอบสวนได้เคยร้องขอให้ กกต. เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ในฐานะเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้ง จึงเป็นผู้เสียหายโดยตรง แต่จนบัดนี้ กกต. ยังไม่ดำเนินการเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษแต่อย่างใด การเพิกเฉยไม่ดำเนินการของ กกต. เช่นนี้ จะเกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดีโดยเฉพาะการป้องปราม มิให้มีการกระทำผิดซ้ำอีกในการจัดการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอนาคตนี้ ที่ประชุมศรส.จึงมีมติให้ผู้อำนวยการ ศรส. มีหนังสือแจ้งแนะนำให้ กกต เข้าแจ้งความร้องทุกข์ในเรื่องดังกล่าว โดยขอให้ดำเนินการเร่งด่วนที่สุด จึงประกาศมาเพื่อทราบทั่วกัน