ตำรวจเชื่อมือปืนยิงถล่ม "บ้านประมนต์" ชำนาญใช้อาวุธสงคราม มั่นใจติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีได้แน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาลช่วงบ่ายวันนี้ (17 ก.พ.) เป็นไปด้วยความเงียบเหงา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมประชุมคณะทำงานศูนย์อำนวยรักษาความสงบเรียบร้อย ศรส. ขณะที่ พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ ผบก.น.5 มีคำสั่งเร่งรัดฝ่ายสืบสวนสอบสวนรวมทั้งกองกำกับการสืบสวนนครบาล 5 และฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ รวมพยานหลักฐานตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่บ้านพักนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นประเทศไทย และประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และกรรมการบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เลขที่ 12 ซอยเย็นอากาศ 2 ถนนเย็นอากาศ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม.เหตุเกิดเวลา 03.30 น. วันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมาโดยให้ พ.ต.อ.กิตติพงษ์ สุวรรณ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ และ พ.ต.ท.ศยาม อินทร์สุวรรณโณ รอง ผกก.สส.สน.ทุ่งมหาเมฆ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนประสานข้อมูลผลตรวจพิสูจน์หลักฐานที่รวบรวมได้ในที่เกิดจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) นำรายละเอียดข้อมูลมาประมวลวิเคราะห์หาสาเหตุและเป้าหมายคนร้ายที่แท้จริง
ทั้งนี้ จากการสอบสวนนายประมนต์ เบื้องต้นให้การว่าสาเหตุน่าจะมาจากปัญหาการเมือง ส่วนจะเป็นประเด็นระหว่างเรื่องขับเคลื่อนองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น หรือโดนกล่าวหาเป็นท่อน้ำเลี้ยงกลุ่ม กปปส. ยังไม่สามารถยืนยันได้ซึ่งต้องสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานก่อนยังไม่ให้น้ำหนักไปในเรื่องใด ต้องสอบสวนในทุกเรื่องทุกประเด็นที่เป็นข้อสงสัย ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจพิสูจน์จากพฐ. ในส่วนของกระสุนปืน วิถีกระสุนว่ายิงมาจากทิศทางใดโดยพบหัวกระสุนปืนตกอยู่บริเวณลานหน้าบ้านเลขที่ 14 ซึ่งอยู่ใกล้เคียงบ้านผู้เสียหาย อย่างไรก็ตามในส่วนของนายประมนต์นั้นได้ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนแล้วพร้อมระบุถึงสาเหตุที่ถูกลอบยิงครั้งนี้ไม่น่าจะมาจากการเป็นนายทุนท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มผู้ชมนุม กปปส. แต่น่าจะมาจากเรื่องความขัดแย้งในเรื่องที่เป็นประธานองค์กรต่อต้าน คอร์รัปชั่นประเทศไทย อาจทำให้ใครบางคนที่เสียผลประโยชน์โกรธแค้นมากกว่า ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สอบรายละเอียดในส่วนนี้ไว้เบื้องต้นแล้ว และจะสอบสวนลงลึกในรายละเอียดต่อไปว่ามีความเกี่ยวข้องเกี่ยวโยงถึงใครหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า หากหลักฐานสาวถึงใครจะเรียกตัวมาสอบสวนทั้งหมดขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานก่อนเพราะเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้น จากรายงานการสืบสวนสอบสวนคาดว่า คนร้ายยิงมาจากด้านนอกในลักษณะขับรถมายิงในช่วงยามวิกาลที่ปลอดคน คาดหวังเพียงต้องการข่มขู่มากกว่าประสงค์เอาชีวิต ขณะนี้ฝ่ายสอบสวนได้สอบปากคำพยานเจ้าหน้าที่ รปภ. ย่านใกล้เคียงและพยานแวดล้อมต่างๆแล้วมีความคืบหน้าทางคดีพอสมควร ในส่วนของหัวกระสุนคาดว่า เป็นขนาด .45 ม.ม. ต้องรอกองพิสูจน์หลักฐานยืนยันในรายละเอียดเป็นทางการอีกครั้งพร้อมตรวจหาวิถีกระสุนนำมายืนยันจุดก่อเหตุของคนร้าย โดยฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข่าวและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรอบจุดเกิดเหตุและเส้นทางเข้าออกทั้งหมด เชื่อว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆนี้และสามารถติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน





