พท.สั่งผู้สมัคร ส.ส.เขต แจ้งความ 5 กกต.ทุกจังหวัด ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เชื่อวงถกเหลว เหตุ "สมชัย" ข่มขู่ จี้คนที่เหลือร่วมประชุมด้วย
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชิญตัวแทนพรรคการเมือง นักวิชาการ และรัฐบาล มาประชุมหารือในวันที่ 17 ก.พ.เพื่อเสนอให้แก้ปัญหาในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ที่ยังไม่สามารถรับสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ได้ ด้วยการออกพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ว่า ไม่น่าจะเกิดประโยชน์ เพราะตัวแทนของกกต.มีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง คนเดียว ซึ่งที่ผ่านมานายสมชัยแสดงทัศนะคติผ่านสื่ออย่างไม่สร้างสรรค์ ตอบโต้กับตัวแทนของรัฐบาล โดยมีการพูดว่า หากในการหารือใครบอกจะฟ้อง กกต.จะเชิญออกนอกห้อง ซึ่งเหมือนเป็นการข่มขู่ และอาจจะล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่ทันประชุม
นายพร้อมพงศ์กล่าวต่อว่า ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยยืนยันมาตลอดว่า ไม่สามารถออกพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่สำหรับพื้นที่ภาคใต้ได้ เพราะจะทำให้มีพ.ร.ฎ.ซ้อนกัน 2 ฉบับ ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 จะมีผู้นำไปฟ้องเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และร้องให้ยุบพรรคเพื่อไทย เรียกค่าเสียหายทั้งอาญาและแพ่ง เป็นการโยนบาปมาให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และครม. ดังนั้น การที่กกต.พยายามดำเนินการเรียกประชุมหารือในวันที่ 17 ก.พ.น่าจะเป็นการพยายามปกปิดความผิดของตนเอง มีเจตนาพิเศษ น่าจะเป็นการสร้างปัญหามากกว่าการแก้ปัญหา เพราะจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา การทำงานของกกต.ส่อว่ามีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ พื้นที่เลือกตั้ง 28 เขตใน 8 จัดหวัดภาคใต้นั้น ผู้สมัครต่างมีคุณสมบัติครบถ้วน แต่กกต.กลับไม่ดำเนินการให้มีการรับสมัครได้ ทั้งๆ ที่กกต.สามารถดำเนินการประกาศกกต.ออกมาเพื่อกำหนดวันรับสมัครและวันลงคะแนนใหม่ได้
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า หากกกต.ยื้อ ความเสียหายก็จะเกิดขึ้น ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยตรวจสอบแล้วว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 127 ระบุว่า ต้องเปิดสภาฯ ภายใน 30 วัน โดยอย่างช้าไม่เกินวันที่ 4 มี.ค. แต่กกต.กลับกำหนดวันเลือกตั้งชดเชยการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่26 ม.ค.และการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ. เป็นในวันที่ 20 เม.ย.และวันที่ 27 เม.ย.ตามลำดับ ซึ่งจะขัดต่อมาตรา127 อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าการหารือในวันที่ 17 ก.พ.จะต้องมีผู้เสนอประเด็นนี้แน่ หากกกต.ไม่รับฟังก็จะเกิดผลเสียต่อการเลือกตั้ง ซึ่งจะสอดคล้องกับที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การเลือกตั้งนั้นจะเป็นโมฆะ ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยมีการหารือเพื่อหามาตรการป้องกันรัฐบาล ผู้สมัครรับเลือกตั้งของทุกพรรค และผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั้ง 20 ล้านคนจากการฟ้องร้องเพื่อจะให้ศาลชี้ว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยกำหนดว่า วันที่ 17 ก.พ.ผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อของพรรคทุกคน จะไปแจ้งความที่โรงพักทุกจังหวัด รวมไปถึงกองปราบปรามเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษกับกกต.ทั้ง 5 คนว่า ไม่ ปฏิบัติตามรัฐรรมนูญมาตรา 127 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งจะทำให้กกต.ไม่สามารถบ่ายเบี่ยงได้ เพราะการกำหนดวันเลือกตั้งชดเชยให้เลยออกไปนั้นเป็นการส่อว่ากกต.มีเจตนาอะไรหรือไม่
นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องว่า การประชุมหารือในวันที่ 17 ก.พ.นั้น กกต.ทั้ง 5 คนต้องมาประชุมร่วมกันกับตัวแทนพรรคการเมือง รัฐบาล และนักวิชาการอย่างบูรณาการ อย่าปล่อยให้นายสมชัยมาประชุมคนเดียว เพราะยังไม่ทันเริ่มก็มีการข่มขู่กันแล้ว จากนั้นก็ขอให้กกต.ทั้ง 5 คนออกเป็นประกาศกกต.เพื่อกำหนดวันรับสมัครและวันลงคะแนนในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญให้อำนาจกกต.ไว้ในมาตรา 135 และมาตรา 136 และต้องจัดให้มีการเลือกตั้งชดเชยในส่วนที่ยังมีปัญหาก่อนวันที่ 3 มี.ค.เพื่อไม่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 127 ด้วย กกต.จะได้ไม่ทำผิดรัฐธรรมนูญเสียเอง หากกกต.ไม่ทำ คดีอาญาและคดีแพ่งรออยู่ จะโยนมาที่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองไม่ได้ อย่าไปเชื่อที่ปรึกษาของตนเองให้มาก เพราะบางคนมีนัยทางการเมืองแอบแฝง อยากให้กกต.ดูข้อเท็จจริงของกฎหมายด้วย





