ศรส.เตรียมเรียกท่อน้ำเลี้ยงกปปส.รวม 58 คนมาชี้แจง สั่งธนาคารอายัดบัญชี รวม 7 บัญชี
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกรรมการศรส. แถลงผลการประชุมศรส. ว่า กรณีศาลแพ่งได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้กับนายเสรี วงษ์มณฑา หนึ่งในแกนนำ กปปส. ที่ถูกดำเนินคดี โดยศาลได้สั่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษระงับการสั่งธนาคารอายัดบัญชี รวม 7 บัญชี นั้น ศรส.ได้รับรายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษจะปฏิบัติตามคำสั่งศาลทันทีที่ได้รับแจ้งคำสั่ง เพื่อเป็นการเคารพและปฏิบัติตามคำสั่งของศาล อย่างไรก็ตามนายเสรี กับแกนนำ กปปส.ทุกคน รวม 58 คน ก็อาจถูกอายัดบัญชีระงับการทำธุรกรรมตามที่ศรส. ได้แต่งตั้งคณะทำงานที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ 5 หน่วยงาน คือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสรรพากร ซึ่งกำลังพิจารณาตรวจสอบและเตรียมสั่งอายัดบัญชีระงับการทำธุรกรรมตามที่พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้อำนาจไว้ ดังนั้น การใช้อำนาจสั่งอายัดบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษที่ศาลสั่งให้ยกเลิก จึงเป็นคนละกรณีกับการจะสั่งอายัดหรือระงับการทำธุรกรรมตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ ศรส.ทั้งนี้ ศรส. ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทั้ง 5 หน่วยงาน ให้ตรวจสอบและพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สนับสนุน การกระทำผิดที่เรียกว่าท่อน้ำเลี้ยง
นายธาริต กล่าวต่อว่า ในวันนี้ศรส.ได้มีมติจะทำการตรวจสอบ แล้วเชิญผู้ต้องสงสัยมาชี้แจงก่อน หากชี้แจงไม่ได้จึงจะประกาศรายชื่อระงับการทำธุรกรรม ซึ่งเป็นการให้ความเป็นธรรมมากกว่าที่เคยปฏิบัติ โดยศอฉ.ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งเหตุการณ์ชุมนุมในปี 2553 ที่ออกคำสั่งระงับการทำธุรกรรมก่อน แล้วจึงให้ชี้แจงภายหลัง
นายธาริต กล่าวอีกว่า ศรส.ได้รับรายงานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและตำรวจภูธรภาคถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับแกนนำ กปปส. และแนวร่วม กรณีร่วมกันกระทำผิดด้วยการขัดขวางการเลือกตั้งด้วยวิธีการต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและในต่างจังหวัดโดยเฉพาะภาคใต้ ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เป็นการล่วงละเมิดสิทธิของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยตรง ขณะนี้ มีจำนวนคดีประเภทขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวน 159 คดี คดีประเภทเป็นเจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้งหน้าที่ไม่จัดการเลือกตั้ง จำนวน 168 คดี รวมคดีทั้งสิ้น 327 คดี และศาลได้ออกหมายจับ ให้แล้วจำนวน 67 คน





