ตร.เตือน"สกิมเมอร์"รุ่นใหม่ ดูดข้อมูลเอทีเอ็มง่ายกว่าเดิม
หลายคนคงยังไม่ลืมข่าวครึกโครมเกี่ยวกับเจ้าเครื่อง "สกิมเมอร์" ที่แก๊งมิจฉาชีพไฮเทคลอบนำไปติดตั้งตามตู้กดเงินสด หรือ เอทีเอ็ม เพื่อคัดลอกข้อมูลแถบแม่เหล็ก และบันทึกรหัส แล้วก็นำไปล้วงเงินจากบัญชีของสุจริตชน สร้างความร่ำรวยบนความทุกข์ของผู้อื่น
แม้ช่วงนี้ข่าวเกี่ยวกับแก๊งสกิมเมอร์จะเงียบหายไป แต่สัญญาณอันตรายยังคงมีอยู่ เนื่องจากตำรวจหน่วยตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำผิดทางเทคโนโลยีพบ "สกิมเมอร์" รุ่นใหม่ ยึดได้จากผู้ต้องสงสัยต่างชาติในพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ตรวจสอบแล้วพบว่าใช้ได้จริง มีข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ค้างอยู่ในตัวเก็บข้อมูลกว่า 100 ใบ
พ.ต.อ.นิเวศน์ อาภาวศิน ผู้กำกับการกลุ่มงานตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำความผิดทางเทคโนโลยี กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (บก.สสท.สทส.ตร.) เปิดเผย "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า เมื่อไม่นานมานี้มีตำรวจท้องที่ส่งของกลางอุปกรณ์สกิมเมอร์ซึ่งยึดได้จากผู้ต้องสงสัยชาวมาเลเซียในพื้นที่ จ.สงขลา มาให้ตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีความแตกต่างจากอุปกรณ์สกิมเมอร์ที่คนร้ายเคยนำมาใช้ก่อเหตุตามตู้เอทีเอ็มในกรุงเทพฯแล้วถูกตรวจยึดไว้ได้
ทั้งนี้ ลักษณะทั่วไปของอุปกรณ์สกิมเมอร์ที่แตกต่างจากของเดิม คือ เป็นแบบพลาสติกใสขนาดเท่าช่องเสียบบัตร และมีการออกแบบตำแหน่งวางชิ้นส่วนที่ใช้อ่านแถบแม่เหล็กและตัวเก็บข้อมูลมาเป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังมีการทำช่องเสียบสายยูเอสบีเพื่อถ่ายโอนข้อมูลได้ด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบหน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูลแล้ว พบว่ามีข้อมูลของบัตรอิเลคทรอนิกส์อยู่ถึง 100 ใบ
สำหรับอุปกรณ์สกิมเมอร์ที่มีการพัฒนาดัดแปลงชิ้นนี้ เป็นแบบพลาสติกใสสอดในช่องเสียบบัตร ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการพัฒนาดัดแปลงอุปกรณ์สกิมเมอร์ที่คนร้ายทำขึ้นเพื่อใช้ก่อเหตุโจรกรรมข้อมูลจากบัตรอิเล็กทรอนิกส์จากตู้เอทีเอ็ม หลังจากที่อุปกรณ์สกิมเมอร์รูปแบบเดิมซึ่งติดอุปกรณ์คัดลอกข้อมูลซ่อนอยู่หลังฝาครอบช่องสอดบัตรแล้วนำไปติดอำพรางไว้ตามตู้เอทีเอ็มธนาคารต่างๆ นั้น ถูกตรวจพบบ่อยครั้ง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอุปกรณ์ใหม่ชิ้นนี้ใช้งานอย่างไร แต่จากการสังเกตลักษณะทั่วไปของสกิมเมอร์ที่มีการดัดแปลงใหม่ พบว่ามีการติดตัวอ่านแถบแม่เหล็ก หน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูล และแบตเตอรี่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สามารถใช้งานได้จริง อีกทั้งยังสามารถต่อสายเพื่อถ่ายโอนข้อมูลออกมาได้ด้วย
จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเคยสืบสวนสอบสวนคดีแก๊งสกิมเมอร์ที่โจรกรรมข้อมูลจากเหยื่อที่ไปใช้บริการตามตู้เอทีเอ็ม ระบุว่ายังไม่พบอุปกรณ์สกิมเมอร์ดังกล่าวถูกนำมาใช้ก่อเหตุในประเทศไทย จึงเชื่อว่าอุปกรณ์ชนิดนี้ซึ่งถูกตรวจยึดมาได้จากผู้ต้องสงสัยชาวมาเลเซียนั้น อาจจะเป็นการลักลอบนำอุปกรณ์ดังกล่าวซึ่งมีข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์อยู่ภายในเข้ามาในประเทศเพื่อขายหรือถ่ายโอนเพื่อทำบัตรปลอมขึ้น หรือไม่ก็อาจเป็นการนำมาทดลองใช้งานก็เป็นได้
พ.ต.ท.จักรกฤช เสริบุตร รองผู้กำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (รอง ผกก.5 บก.ปอศ.) ซึ่งรับผิดชอบคดีเกี่ยวกับการเงิน การธนาคาร รวมถึงกรณีบัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิต เปิดเผยว่า จากการสืบสวนคดีโจรกรรมข้อมูลบัตรเอทีเอ็มโดยใช้เครื่องสกิมเมอร์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะกับคดีล่าสุดที่เกิดขึ้นกับตู้เอทีเอ็มของธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในท้องที่ สน.ลุมพินี และสน.พญาไท นั้น พบข้อมูลเบาะแสที่สันนิษฐานได้ว่าน่าจะเป็นฝีมือของแก๊งคนร้ายชาวมาเลเซีย และรัสเซีย
พ.ต.ท.จักรกฤช กล่าวว่า หลังจากพบเบาะแสเชื่อมโยงทั้งสองแก๊งดังกล่าวจึงมีการขยายผลการสืบสวน โดยในกลุ่มแก๊งชาวรัสเซียนั้นได้ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาขยายผลจับกุมผู้ต้องหาชาวรัสเซีย 2 คนพร้อมของกลางบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม 328 ใบจากนั้นได้ขยายผลไปจับกุมหัวหน้าแก๊งชาวรัสเซียที่อยู่ย่านสุขุมวิท ขณะที่การสืบสวนขยายผลแก๊งคนร้ายชาวมาเลเซียนั้นพบว่ามีการถอนเงินในพื้นที่ จ.สงขลา จึงมีการประสานด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา จ.สงขลาเฝ้าระวังกลุ่มผู้ต้องสงสัยชาวมาเลเซียไว้แล้ว
"หลังจากเกิดเหตุที่พื้นที่ลุมพินีและถนนศรีอยุธยาและมีการสืบสวนขยายผลจับกุมแก๊งชาวรัสเซียมาได้ก็ยังไม่พบว่ามีการกระทำความผิดในลักษณะนี้อีก คิดว่าคงหายไปสักพักพอเรื่องเงียบแล้วก็กลับมาใหม่" พ.ต.ท.จักรกฤช กล่าว
ก่อนหน้านี้ บก.ปอศ.ได้ออกเอกสารเผยแพร่เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนต่อการใช้เอทีเอ็มอย่างไรไม่ให้ถูกคัดลอกข้อมูล (Skimming) สรุปว่า โดยปกติทั่วไป "สกิมเมอร์" (Skimmer) คืออุปกรณ์ที่ใช้อ่านข้อมูลจากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทการ์ด บัตรเครดิต หรือบัตรเอทีเอ็ม แต่มีผู้ไม่หวังดีนำอุปกรณ์ดังกล่าวไปใช้ในการขโมยข้อมูลจากผู้ใช้ตู้เอทีเอ็ม จึงเรียกการกระทำผิดแบบนี้เรียกว่า "เอทีเอ็มสกิมมิ่ง" (ATM Skimming)
สำหรับวิธีการป้องกันคนร้ายขโมยข้อมูลบัตรเอทีเอ็มนั้น กลุ่มงานตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำความผิดทางเทคโนโลยี บก.สสท.สทส.ตร. ได้เผยแพร่วิธีการป้องกันคนร้ายประเภทนี้เอาไว้ว่า การขโมยข้อมูลบัตรเอทีเอ็ม คนร้ายต้องการ 2 อย่าง คือ ข้อมูลบนแถบแม่เหล็กหลังบัตรเอทีเอ็ม และรหัสผ่านสำหรับกดเงิน
วิธีการของคนร้ายจะนำอุปกรณ์ 2 ชิ้น คือ อุปกรณ์คัดลอกข้อมูล และอุปกรณ์เก็บข้อมูลรหัสบัตรเอทีเอ็ม ซึ่งมีทั้งแบบกล้องจิ๋วและแป้นกดตัวเลขไปซ่อนไว้หลังช่องเสียบบัตร แป้นพิมพ์ หรือผนังตู้เอทีเอ็มที่ทำเลียบแบบของจริงขึ้น จากนั้นก็นำชิ้นส่วนแต่ละชิ้นที่ทำขึ้นดังกล่าวไปติดทับลงบนอุปกรณ์จริงตามตู้เอทีเอ็มต่างๆ โดยคนร้ายจะเลือกตู้เอทีเอ็มที่มีคนใช้บริการเป็นจำนวนมาก แต่ตั้งอยู่ในที่ลับตาคน ดังนั้นวิธีการป้องกันสามารถทำได้ ดังนี้
1.ก่อนสอดบัตร เอทีเอ็ม ใช้มือจับบริเวณฝาครอบบัตร และบริเวณพลาสติกใสสำหรับสอดบัตร แล้วลองขยับดู หากมีตัวดักรับข้อมูล (Skimmer) จะสามารถดึงออกมาได้ เพราะส่วนใหญ่คนร้ายจะใช้กระดาษกาวสองหน้ายึดติดเอาไว้
และ 2.ก่อนกดรหัสผ่าน ให้สังเกตแป้มพิมพ์หากมีลักษณะนูนขึ้นมา ให้ใช้มือลองขยับ และขณะกดรหัสผ่าน ควรใช้มืออีกข้างหนึ่งปิดไว้ให้มิด โดยใช้การพิมพ์สัมผัสแทนการดู
ถือเป็นการป้องกันแบบง่ายๆ เพื่อรับมือกับภัยจากอาชญากรไฮเทค!





