"สมชัย"เผย17ก.พ.หารือกับพท.อย่างเป็นมิตร ขอแนวปฏิบัติแก้ปัญหาเลือกตั้ง หากไม่ได้ข้อสรุปจัดต่อยาก พร้อมขอจุดยืนเจรจาคู่ขัดแย้งหาทางออกปท.
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมรับฟังและนำเสนอความคิดเห็นเพื่อแก้ไขปัญหาการเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 17 ก.พ.ที่โรงแรมโนโวเทล อิมแพคเมืองทองธานีว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยที่เชิญไปทั้ง 9 คนตอบรับมาร่วมทั้งหมด ส่วนนักวิชาการที่จะเข้าร่วมมี 3 คน คือนายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ รศ.ยุทธพร อิสรชัย คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และ ดร.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก ส่วนอดีต กกต.นั้นไม่มีใครเข้าร่วม เพราะเชิญนางสดศรี สัตยธรรม อดีต กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติเพียงคนเดียวแต่ได้ปฏิเสธที่จะเข้าร่วม
"การพูดคุยในวันดังกล่าวคงไม่คุยในเชิงทฤษฎี หรือเปิดกฎหมาย เปิดมาตราต่าง ๆ คุยกัน แต่เราจะคุยกันเหมือนอยู่ในภาคสนามเป็นฝ่ายปฏิบัติว่า เมื่อมีสถานการณ์ต่าง ๆเหล่านี้เกิดขึ้น การจะใช้แนวทางรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ให้เกิดความสำเร็จในทางปฏิบัติเป็นอย่างไร เพื่อนำไปเสนอต่อ กกต.ให้รับทราบว่ามีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมอย่างไร แต่เป็นข้อเสนอที่ไม่ผูกมัด ทั้งนี้หากไม่สามารถหาข้อสรุปที่เป็นรูปธรรมได้ ก็ต้องยอมรับว่าการจัดการเลือกตั้งให้สำเร็จตามเงื่อนไขของกฎหมายเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ "
"17ก.พ. ทาง กกต.เชิญทุกคนมาพูดคุยอย่างเป็นมิตร กกต.พร้อมน้อมรับความเห็นที่เป็นรูปธรรม ทุกคนที่มาต้องมาช่วยกันคิดสิ่งที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ เพราะสิ่งที่เป็นทฤษฎีฟังมามากแล้ว คิดว่าคงไม่มีใครจะสร้างบรรยากาศที่ไม่ดี ถ้าใครเอ่ยปากว่าจะฟ้อง กกต. ผมจะเชิญออกจากห้องประชุมไป"นายสมชัย กล่าว
เมื่อถามว่าจะพูดคุยกับแกนนำพรรคเพื่อไทยให้ถอยคนละก้าวเพื่อมาเจรจาหาทางออกของประเทศหรือไม่ นายสมชัย กล่าวต่อว่า ก็เป็นแนวทางหนึ่ง เพราะทุกคนเห็นตรงกันการเจรจาจะเป็นแนวทางที่จะหาทางออก กกต.คงไม่สามารถจัดการเลือกตั้งสำเร็จได้ ถ้าการเมืองไม่นิ่ง ยังขัดแย้งกันอยู่ ดังนั้นอาจจะปรึกษาหารือถึงโอกาสที่จะเกิดการเจรจา แต่เนื่องจากไม่ได้เชิญอีกฝ่ายที่เป็นคู่ขัดแย้งมา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะคิดอย่างไร แต่ถ้ารัฐบาลเปิดเผยจุดยืนถึงความพร้อมในการเจรจาเพื่อเป็นทางออก กกต.ยินดีเดินหน้าต่อให้ได้
ส่วนกรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทยระบุว่า ทำไม กกต.ยังไม่ประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส.เขตที่ไม่มีปัญหาใน 30 วัน นายสมชัย กล่าวว่า การลงคะแนนในวันเลือกตั้งล่วงหน้าที่เสียไปเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ยังไม่มา ดังนั้นต้องจัดให้มีการลงคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งกลาง
"รู้ว่าทุกคนอยากเป็น ส.ส. ผู้สมัครก็อยากรู้ผลการเลือกตั้ง แต่การเร่งประกาศ หรือประกาศผลออกไปแล้ว จะยิ่งเป็นสถานการณ์ที่เป็นผลเสียต่อการเลือกตั้ง เพราะเท่ากับว่า การลงคะแนนเลือกตั้งไม่หมด แล้วทราบผลเลือกตั้งล่วงหน้า ท้ายที่สุดจะทำให้การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม นำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการที่ไม่ประกาศน่าจะเป็นผลดีกว่า อยากให้ผู้สมัครไปคิดดี ๆว่าสิ่งที่ กกต.ทำเป็นการช่วยผู้สมัครด้วยซ้ำ เพื่อไม่ให้การเลือกตั้งเสียไป ช่วยไม่ให้เกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายไปมากกว่านี้ ดังนั้นรอสักนิดน่าจะดีกว่า"นายสมชัย กล่าว
เมื่อถามว่า มีการขู่ที่จะดำเนินคดีกับ กกต.ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นายสมชัย กล่าวยืนยันว่า สิ่งที่ กกต.ตัดสินใจรอบคอบที่สุดแล้ว ว่าจะจัดการลงคะแนนใหม่ที่เหมาะสมเมื่อใด เป็นการประเมินจากสถานการณ์ที่เป็นจริง โดยฟังจาก กกต.ในพื้นที่ ถ้าต้องจัดในเดือน ก.พ.สามารถจัดเพียงไม่กี่หน่วยเลือกตั้ง คือ จัดได้แค่หลักสิบ ไม่ใช่หลักร้อยหน่วยเลือกตั้ง ในจ.ระยอง และเพชรบุรี ส่วนจังหวัดอื่น ๆจัดไม่ได้ ตราบใดที่มีความขัดแย้งทางการเมือง มีการชุมนุมอยู่ ส่วนเดือนมี.ค.มีการเลือกตั้ง ส.ว.ก็ไม่เหมาะสม ดังนั้นจึงประเมินภายใต้สถานการณ์ที่ กกต.คิดว่าดีที่สุดแล้วที่จัดในช่วงเดือนเม.ย.
"ดีไม่ดีเป็นการช่วยรัฐบาลด้วยซ้ำ เพราะการเร่งรีบจัดการลงคะแนนเร็วเกินไป อาจจะทำให้เกิดสถานการณ์ เรียกแขกด้วยซ้ำ จึงอยากให้คิดให้ดีว่า อยากเห็นผลสำเร็จของการเลือกตั้ง หรืออยากจะเห็นบ้านเมืองกลับมาสู่ความวุ่นวายใหม่"นายสมชัย กล่าว
ส่วนกรณีที่ กกต.เสนอให้รัฐบาลกราบบังคมทูล พ.ร.ฎ.เพื่อให้อำนาจ กกต.กำหนดวันรับสมัครเพิ่มเติม และลงคะแนนใหม่ใน 28เขต 8 จังหวัดนั้น นายสมชัย กล่าวว่า คงต้องรอให้รัฐบาลตอบกลับมาก่อน และรอให้แกนนำพรรคเพื่อไทยมาพูดคุยกันวันที่17ก.พ. นี้





